สัญญาณดี! ธปท. คาดแนวโน้มไทยหลุด Monitoring List ของกระทรวงคลังสหรัฐฯ ในรายงานรอบถัดไป

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury) ได้ทำการประเมินนโยบายการค้าและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าสำคัญทุกครึ่งปี (ใช้ข้อมูล 12 เดือน) โดยจะพิจารณาจากเกณฑ์ 3 ด้าน ได้แก่ 1. การเกินดุลการค้าสินค้าและบริการกับสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ คือ มากกว่า 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 2. การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมากกว่า 3% ของ GDP และ 3. การแทรกแซงค่าเงินอย่างต่อเนื่อง โดยมีการซื้อเงินตราต่างประเทศสุทธิมากกว่า 2% ของ GDP และซื้อสุทธิมากกว่า 8 ใน 12 เดือน

โดยประเทศที่เข้า 2 ใน 3 เกณฑ์ จะถูกจัดอยู่ใน Monitoring List ซึ่งในการประเมินรอบก่อนหน้า (ใช้ข้อมูล ก.ค.67 – มิ.ย.68) ไทยถูกจัดอยู่ใน Monitoring List เนื่องจากติด 2 ใน 3 เกณฑ์ (คือเกณฑ์การเกินดุลการค้าฯ และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด)

อย่างไรก็ดี จากรายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐ (U.S. Treasury) ฉบับล่าสุด ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 ก.ค.69 (ใช้ข้อมูลช่วง ม.ค.-ธ.ค.68) ระบุว่า ไทยยังคงอยู่ใน Monitoring List แม้จะติดเพียง 1 ใน 3 เกณฑ์ เนื่องจาก U.S. Treasury กำหนดว่าประเทศถูกจัดอยู่ใน Monitoring List จะต้องอยู่ใน List นี้ อย่างน้อย 2 รอบการประเมินติดต่อกัน เพื่อให้สามารถติดตามการดำเนินนโยบายได้อย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาถอดออกจาก Monitoring List ต่อไป หากไม่กลับมาติดเกณฑ์ใดเพิ่มอีก

โฆษก ธปท. กล่าวว่า ในรอบการประเมินนี้ ประเทศไทยไม่ติดเกณฑ์การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดแล้ว เนื่องจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงจาก 3.8% ของ GDP ในช่วงการประเมินครั้งก่อน มาอยู่ที่ 2.8% ของ GDP แต่ยังติดเกณฑ์ด้านการเกินดุลการค้าสินค้าและบริการกับสหรัฐฯ โดยไทยเกินดุลกับสหรัฐฯ ถึง 72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของหลายอุตสาหกรรมที่ส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯ

นอกจากนี้ รายงานฯ ยังกล่าวถึงมาตรการด้านเงินทุนเคลื่อนย้าย และมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินที่ ธปท. ดำเนินการ ในช่วงที่ผ่านมา เช่น การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การนำรายได้กลับประเทศ (Repatriation) และการกำกับดูแลธุรกรรมทองคำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท โดย U.S. Treasury เห็นว่ามาตรการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ได้มุ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันทางการค้าแต่อย่างใด

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า ในรายงานฉบับถัดไปที่กระทรวงการคลังสหรัฐ จะประเมินจากข้อมูลช่วง ก.ค.68 – มิ.ย.69 นั้น เบื้องต้นคาดว่าไทยน่าจะติดเพียง 1 ใน 3 เกณฑ์ คือ การเกินดุลการค้าสินค้าและบริการกับสหรัฐฯ ดังนั้น ไทยจึงมีโอกาสที่จะถูกถอดออกจาก Monitoring List ซึ่ง ธปท. จะติดตามการประเมินของ U.S. Treasury อย่างใกล้ชิดต่อไป

“รายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐ ฉบับถัดไป น่าจะออกมาในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปี 70 ซึ่งถ้าไทยไม่ติดเกณฑ์อะไรเพิ่มเติมอีก จากที่ติดอยู่ 1 ใน 3 เกณฑ์นั้น ก็เชื่อว่า ประเทศไทยจะพ้นจาก Monitoring List ได้ในรายงานฉบับถัดไป” โฆษก ธปท. ระบุ

โดย ธปฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์