ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน ตลาดจับตาญี่ปุ่นแทรกแซงรอบใหม่

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (31 ก.ค.) ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า ทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดเงินอีกครั้ง หลังจากเพิ่งดำเนินการพยุงค่าเงินเยนเมื่อวันพฤหัสบดี

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.16% แตะที่ระดับ 99.802

ดอลลาร์อ่อนค่า 0.8% มาอยู่ที่ 158.225 เยน หลังจากร่วงลงถึง 2.4% ในวันพฤหัสบดี ขณะที่มีรายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้แจ้งธนาคารหลายแห่งให้เตรียมพร้อมรับการแทรกแซงตลาดเงินเยนที่อาจเกิดขึ้นในวันศุกร์ รวมถึงการดำเนินการเพิ่มเติมในอนาคต

ด้านเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 1.1535 ดอลลาร์สหรัฐต่อยูโร ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ด้านเจ้าหน้าที่การทูตด้านอัตราแลกเปลี่ยนระดับสูงของญี่ปุ่นระบุว่า ญี่ปุ่นยังได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ซึ่งมีมากกว่าการสนับสนุนในเชิงจิตวิทยา

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการแข็งค่าของเงินเยนในวันศุกร์เป็นผลจากการแทรกแซงตลาดโดยตรง หรือเป็นเพียงการตอบสนองของนักลงทุนต่อความเป็นไปได้ที่จะมีการแทรกแซงในระยะใกล้ พร้อมระบุว่า ในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ แม้เพียงกระแสคาดการณ์ก็สามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อค่าเงินได้อย่างมาก

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่า การแทรกแซงตลาดเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทางการญี่ปุ่นซื้อเวลา จนกว่าปัจจัยพื้นฐานจะเอื้อต่อการแข็งค่าของเงินเยนมากขึ้น พร้อมคาดว่า หากเงินเยนกลับมาอ่อนค่าจนลบล้างการแข็งค่าที่เกิดขึ้นในวันพฤหัสบดี ทางการญี่ปุ่นก็มีแนวโน้มจะเข้าแทรกแซงเพิ่มเติมในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในเดือนพ.ค.

ในวันศุกร์ (31 ก.ค.) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 1% ตามที่ตลาดคาดการณ์ หลังจากเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปีในเดือนมิ.ย.

BOJ ระบุเป็นครั้งแรกว่า เงินเฟ้อพื้นฐานอาจปรับตัวสูงกว่าเป้าหมาย โดยส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้เร็วที่สุดในการประชุมเดือนก.ย. ขณะที่คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ กล่าวว่า กรรมการหลายคนประเมินว่า เงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง และความเสี่ยงยังเอนเอียงไปในด้านที่เงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้น

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า การทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ ที่เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี ต่ำกว่า 163 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา โดยผลสำรวจของรอยเตอร์พบว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งสู่ระดับ 1.25% ภายในสิ้นปีนี้

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวในตลาดเปิดเผยว่า เกาหลีใต้ได้เข้าแทรกแซงตลาดด้วยการขายดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพยุงค่าเงินวอนเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งถือเป็นการดำเนินการร่วมที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก โดยหลังจากแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดี เงินวอนได้อ่อนค่าลงประมาณ 1% มาอยู่ที่ 1,439.66 วอนต่อดอลลาร์ในวันศุกร์

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.) ซึ่งทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่นของประธานเฟดคนใหม่ในการควบคุมเงินเฟ้อ และส่งผลกดดันให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช