ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันศุกร์ (31 ก.ค.) แต่ยังคงปรับตัวขึ้นได้ทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน โดยแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุน ท่ามกลางการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่งและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,868.05 จุด ลดลง 29.22 จุด หรือ -0.27%
ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง หลังอ่อนตัวจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ดัชนียังทำผลงานรายเดือนดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.
การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนติดตามควบคู่กับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค โดยหุ้น NatWest พุ่งขึ้น 3.2% หลังธนาคารรายงานกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีในช่วงครึ่งปีแรก 4.3 พันล้านปอนด์ (5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดปี
หุ้น Sainsbury’s ขยับขึ้น 1% หลังเครือซูเปอร์มาร์เก็ตตกลงขาย Argos ด้วยมูลค่าอย่างน้อย 120 ล้านปอนด์ (161 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อถอนตัวจากธุรกิจค้าปลีกสินค้าทั่วไป
หุ้น IAG เจ้าของสายการบิน British Airways ลดลง 1.5% หลังบริษัทปรับลดคาดการณ์กำลังการให้บริการในปี 2569
หุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งมีน้ำหนักสูงในตลาด ปรับตัวขึ้น 1.9% หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งเหนือระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้หุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นมากกว่า 15% ในเดือนก.ค. และให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นกลุ่มอื่น จากความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานเชื้อเพลิง
ด้านนโยบายการคลัง จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ เปิดเผยว่าจะนำเสนองบประมาณฉบับแรกในวันที่ 28 ต.ค. พร้อมยืนยันว่าจะรักษากรอบวินัยการกู้ยืมที่ได้รับสืบทอดจาก เรเชล รีฟส์ อดีตรัฐมนตรีคลัง
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์มองว่ารัฐบาลมีช่องว่างในการดำเนินนโยบายการคลังค่อนข้างจำกัด ขณะที่นโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรี แอนดี เบอร์แนม ทั้งการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและการยกระดับระบบดูแลสังคม อาจยิ่งเพิ่มภาระต่อฐานะการคลังของประเทศ
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) แต่จำนวนกรรมการที่ลงมติไม่เห็นด้วยมี 3 คน มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ 2 คน เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายกังวลถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งกับอิหร่าน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





