
กระทรวงพาณิชย์จีนระบุในวันนี้ (1 ส.ค.) ว่า การที่สหรัฐฯ เพิ่มบริษัทจีนเข้าสู่บัญชีรายชื่อหน่วยงานที่ถูกกล่าวหาว่าใช้แรงงานบังคับนั้น ไม่มีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานรองรับ พร้อมระบุว่า มาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ กำลังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
กระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์ว่า สหรัฐฯ ใช้กฎหมายภายในประเทศเพื่อดำเนินมาตรการคว่ำบาตรบริษัทจีนเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งถือเป็นการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ และส่งผลกระทบต่อสิทธิอันชอบธรรมของบริษัทเหล่านี้
จีนยืนยันว่า รัฐบาลจีนต่อต้านการใช้แรงงานบังคับ พร้อมระบุว่า เขตซินเจียง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีความมั่นคง มีความเจริญรุ่งเรือง และไม่มีการใช้แรงงานบังคับ
จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการกล่าวหาและสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของเขตซินเจียง รวมถึงยุติแรงกดดันที่ไม่เป็นธรรมต่อบริษัทจีน พร้อมเตือนว่ารัฐบาลจีนจะดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทเหล่านี้
เมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) สหรัฐฯ ได้เพิ่มบริษัทจีนอีก 43 แห่งเข้าสู่บัญชีรายชื่อหน่วยงานภายใต้กฎหมายป้องกันการใช้แรงงานบังคับของชาวอุยกูร์ (Uyghur Forced Labor Prevention Act Entity List) พร้อมสั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากบริษัทเหล่านี้ หลังกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ
บัญชีรายชื่อดังกล่าวเป็นมาตรการจำกัดการนำเข้าสินค้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ยังดำเนินอยู่ในเขตซินเจียง
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





