นายกฯ เยือนอินโดนีเซีย 3–4 ส.ค.ในรอบ 15 ปี ปูทางการค้า-ลงทุน ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีกำหนดเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3–4 ส.ค.69 เพื่อหารือกับนายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 15 ปี

สำหรับการเยือนครั้งนี้เป็นการดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกของรัฐบาล ใช้ความสัมพันธ์ระดับผู้นำเป็นกลไกเปิดประตูทางเศรษฐกิจ ต่อยอดความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย–อินโดนีเซียไปสู่โครงการและความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ความมั่นคง ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การศึกษา และความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจและจำนวนประชากร 280 ล้านคน มากที่สุดในอาเซียน จึงเป็นทั้งตลาดขนาดใหญ่ แหล่งลงทุนสำคัญ และหุ้นส่วนที่มีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการไทย การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะช่วยเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียมากขึ้น เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทยทั้งรายใหญ่และ SMEs

ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งให้การเยือนต่างประเทศสร้างประโยชน์กลับมาถึงประชาชนอย่างชัดเจน ทั้งในรูปของการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหาร การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว การสร้างงาน การพัฒนาทักษะแรงงาน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพ

“การเยือนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการกระชับมิตรภาพระหว่างผู้นำ แต่เป็นการนำความสัมพันธ์ที่ดีมาเปลี่ยนเป็นโอกาสทางการค้า การลงทุน การสร้างรายได้ รัฐบาลต้องการให้การต่างประเทศเป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม” น.ส.รัชดา กล่าว

นอกจากมิติทวิภาคี ไทยและอินโดนีเซียยังเป็น 2 ประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน และต่างมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางของภูมิภาค การหารือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะร่วมกันผลักดันให้อาเซียนมีเอกภาพ เข้มแข็ง และสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก อาชญากรรมข้ามชาติ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การเชื่อมโยงในภูมิภาค อาหาร พลังงาน และการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้อาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับประชาชนทุกประเทศ

การเยือนครั้งนี้ยังเป็นเวทีสำคัญที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศวิสัยทัศน์ด้านการต่างประเทศของไทย ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อแสดงบทบาทของไทยในการร่วมกำหนดอนาคตของภูมิภาค และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2571 โดยจะเน้นการสร้างอาเซียนที่มีเอกภาพ มีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้สะท้อนแนวทางการต่างประเทศของรัฐบาลที่มองไกลกว่าการเยือนตามพิธีการ โดยมุ่งสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ รักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเพิ่มอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจของไทย ท่ามกลางการแข่งขันและความไม่แน่นอนของโลก

สำหรับกำหนดการสำคัญ ดังนี้ วันที่ 3 ส.ค.69 นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ไปยังท่าอากาศยานฮาลิมเปอร์ดานากุสุมา กรุงจาการ์ตา ก่อนเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ การหารือกลุ่มเล็กระหว่างผู้นำ การหารือเต็มคณะ และการแถลงข่าวร่วม ณ ทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย

วันที่ 4 ส.ค.69 นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีเปิดงาน Business Forum ซึ่งจัดโดยสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศอินโดนีเซีย หรือ KADIN ร่วมกับหอการค้าไทยในอินโดนีเซีย เพื่อเชื่อมโยงภาคธุรกิจและผลักดันโอกาสการลงทุนระหว่างสองประเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อหารือกับเลขาธิการอาเซียนเกี่ยวกับการขับเคลื่อนความร่วมมือของภูมิภาค และกล่าวสุนทรพจน์แสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตอาเซียน ก่อนหารือกับภาคเอกชนอินโดนีเซียเพื่อแสวงหาโอกาสต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ และเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเย็น ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ

โดย ฐานิสร์ ทองนอก