ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย
| ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย | สัปดาห์นี้ (27 – 31 ก.ค. 69) | สัปดาห์ก่อนหน้า (20 – 24 ก.ค. 69) | เปลี่ยนแปลง (%) | สะสมตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค. – 31 ก.ค. 69) |
| มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ – Outright Trading (ล้านบาท) | 193,584.60 | 529,138.25 | -63.42% | 13,871,282.30 |
| มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท) | 64,528.20 | 105,827.65 | -39.03% | 99,793.40 |
| ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index) | 106.77 | 106.56 | 0.20% | |
| ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index) | 108.84 | 108.77 | 0.06% |
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) –%
| เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) –% | ||||||||
| ช่วงอายุของตราสารหนี้ | 1 เดือน | 6 เดือน | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | 10 ปี | 15 ปี | 30 ปี |
| สัปดาห์นี้ (31 ก.ค. 69) | 0.85 | 0.89 | 0.94 | 1.26 | 1.58 | 2.08 | 2.68 | 3.18 |
| สัปดาห์ก่อนหน้า (24 ก.ค. 69) | 0.85 | 0.88 | 0.95 | 1.28 | 1.6 | 2.12 | 2.71 | 3.18 |
| เปลี่ยนแปลง (basis point) | 0 | 1 | -1 | -2 | -2 | -4 | -3 | 0 |
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (27 – 31 กรกฎาคม 2569)
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (3 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 193,585 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 64,528 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 63% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 43% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 83,442 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 80,216 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 12,260 ล้านบาท หรือคิดเป็น 41% และ 6% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB27NA (อายุ 1.3 ปี) LB273A (อายุ .6 ปี) และ LB313A (อายุ 4.6 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 11,006 ล้านบาท 10,367 ล้านบาท และ 8,105 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) รุ่น SIRI27OA (Non-Rated) มูลค่าการซื้อขาย 1,793 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รุ่น TLT28NB (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 1,337 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รุ่น TLT26NA (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 930 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงประมาณ 1-4 bps. ทิศทางเดียวกับ US-Treasury หลังจากกองทัพสหรัฐฯ และอิหร่านระงับการโจมตีเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ด้านปัจจัยต่างประเทศ ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 28-29 ก.ค. มีมติ 9-3 คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ตามการคาดการณ์ของตลาด ขณะที่รายงานตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ประจำไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.5% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.8% เนื่องจากการลดลงของการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และการลดลงของสินค้าคงคลัง ด้านผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อวันที่ 30-31 ก.ค. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
สัปดาห์ที่ผ่านมา (27 – 31 กรกฎาคม 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 10,282 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 11,745 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 555 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 908 ล้านบาท
หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่
ม.ค. 2565





