เลขาฯ กอช.คนใหม่ ลุยหาสมาชิกเพิ่ม 1.4 แสนคน เล็งแก้กม.ถอนเงินออมได้ก่อนอายุ 60 ปี

นายเพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) คนใหม่ เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2569 ว่า จะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารกองทุน และสร้างแรงจูงใจให้สมาชิก โดยในปีนี้ตั้งเป้าหมายหาสมาชิกใหม่เพิ่ม 1.4 แสนคน ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาแล้วหลักหมื่นคน จากปัจจุบันมีสมาชิก กอช. ทั้งหมด 2.8 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นสมาชิกที่มีการออมต่อเนื่องเพียง 2 แสนคน และอีก 6 แสนคนออมไม่ต่อเนื่อง ขณะที่มีอีกราว 2 ล้านคนที่เข้ามาเป็นสมาชิก แต่ไม่ได้มีการออม หรือบัญชีไม่เคลื่อนไหว

สำหรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่จะดึงเข้ามาเป็นสมาชิก กอช. เพิ่มขึ้นนั้น โดยส่วนหนึ่งจะประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย ในการดึงกลุ่มกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่ไม่ได้มีการประกอบอาชีพอื่น และอายุใกล้เกษียณที่ 60 ปี ราว 1-2 หมื่นคน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถดึงเข้ามาเป็นสมาชิก กอช. ได้แน่นอนราว 5 พันคน ส่วนอีกกลุ่ม จะดึงเยาวชนอายุ 15 ปี ราว 20% หรือประมาณ 2 หมื่นคน จากทั้งหมด 1 แสนคน

ขณะเดียวกันจะประสานความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการดึงนักศึกษา อายุ 18 ปีขึ้นไป ราว 10% หรือ 2 หมื่นคน จากปัจจุบัน 2 แสนคน เข้ามาสมัครเป็นสมาชิก กอช. ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่เหลือ จะมาจากภาคเกษตรกร ไรเดอร์ รปภ. และกลุ่มอาชีพอิสระ เป็นต้น ขณะเดียวกัน มีแนวคิดอยากขอความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานให้ประสานให้แรงงานในต่างประเทศเข้าสู่ระบบการออมของ กอช. เพิ่มมากขึ้นด้วย

“ผมมีเป้าหมายส่วนตัวว่า อยากเพิ่มจำนวนสมาชิกให้ได้ 5 ล้านคน ภายในปี 2570 ซึ่งผมรู้ว่าจะมาจากส่วนไหนบ้าง แต่การจะไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว จะต้องกลับไปทำแผนให้เรียบร้อยก่อน ยอมรับว่าเป็นเป้าหมายที่สูง แต่ก็ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย” นายเพ็ชร กล่าว

สำหรับภาพรวมของ กอช. ในปัจจุบัน มีมูลค่าทรัพย์สิน อยู่ที่ 1.62 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนนี้ เป็นเงินออมของสมาชิก ราว 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่ง กอช. ได้มีการบริหารจัดการโดยวงเงินราว 80% นำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และอีก 20% หรือ 3 พันล้านบาท นำไปลงทุนในตราสารทุน

พร้อมระบุว่า ในปี 2569 จะเป็นปีแรกที่ กอช. มีนโยบายกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศไม่เกิน 7% โดยยังเน้นลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นให้กับสมาชิก โดยปัจจุบัน ผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาล อยู่ที่ 3.12% ต่อปี ส่วนในปีนี้ คาดว่าผลตอบแทนจะอยู่ที่ 1.2% โดยสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี ที่ระดับ 0.98% ต่อปี และสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ทำให้เชื่อว่าภายในสิ้นปี 69 มูลค่าสินทรัพย์ของ กอช. จะเพิ่มเป็น 1.8 หมื่นล้านบาท

นายเพ็ชร กล่าวอีกว่า กอช. มีแนวคิดที่จะแก้ไขกฎกระทรวง และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อให้สมาชิกสามารถถอนเงินออมบางส่วนออกมาใช้ได้ก่อนกำหนด จากกฎหมายปัจจุบันที่กำหนดว่าสมาชิกที่จะถอนเงินออมได้ จะต้องมีอายุครบ 60 ปีเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าประเด็นนี้ จะช่วยลดอุปสรรคในการดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นสมาชิก กอช. ได้

อย่างไรก็ดี ในส่วนความคืบหน้าของสลาก กอช. นั้น เลขาธิการ กอช. ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายลูก และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงจัดทำระบบให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการออกรางวัล ส่วนจะสามารถออกรางวัลงวดแรกได้เมื่อไรนั้น ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบาย

โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์