
เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.34/35 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงจากช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.31/32 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า เงินบาทระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 33.30-33.37 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคแข็งค่า ตามทิศทางดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่า โดยระหว่างวันเงินบาทยังไร้ปัจจัยใหม่
ในภาพรวมตลาดยังรอผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งตลาดมองว่าเป็นข่าวดี ที่อาจเป็นปัจจัยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ ขณะที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นพยุงค่าเงินเยน ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่า และดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า ซึ่งอาจส่งผลต่อเงินบาทในทางอ้อมให้แข็งค่าด้วย
สำหรับคืนนี้ ตลาดรอติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนก.ค. จาก S&P Global ของสหรัฐฯ
นักบริหารเงิน คาดว่า วันพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.15-33.70 บาท/ดอลลาร์
- ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 156.90 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 156.28/33 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1528 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1530/1532 ดอลลาร์/ยูโร
– SET ปิดที่ 1,621.90 จุด ลดลง 1.74 จุด (-0.11%) มูลค่าซื้อขาย 74,735.15 ล้านบาท
– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,594.23 ล้านบาท
– นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงสะท้อนจากประชาชน ที่ต้องการให้รัฐบาลขยายโครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส” ต่ออีก ว่า หากเป็นมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน รัฐบาลก็พร้อมพิจารณา แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับสถานการณ์ งบประมาณ และสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลประชานิยม
– กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 7 เดือนแรก แตะ 18.51 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 8.96 แสนล้านบาท นักท่องเที่ยวสะสมสูงสุด ได้แก่ อันดับ 1 นักท่องเที่ยวจีนแตะ 3 ล้านคน รองลงมา มาเลเซีย 2.3 ล้านคน และอินเดีย 1.3 ล้านคน ภาพรวมท่องเที่ยวสัปดาห์ก่อน ตลาดระยะใกล้ชะลอตัวจากข่าวกระแสความไม่สงบในชายแดนใต้ และการปรับลดที่นั่งสายการบินอินเดีย
– กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) คาดเงินบาทในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ โดยนักลงทุนจะให้ความสนใจกับข้อมูลจ้างงานเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยมีความไม่แน่นอนมากขึ้น เนื่องจากตลาดเริ่มไม่มั่นใจต่อรูปแบบการตอบสนองเชิงนโยบายของเฟดภายใต้การนำของเควิน วอร์ช และความน่าเชื่อถือของเฟดถูกตั้งคำถามในวงกว้าง นอกจากนี้ การแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกันของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อประคองค่าเงินเยน สะท้อนว่าสหรัฐฯ ต้องการแก้ไขภาวะค่าเงินเยนที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานอย่างมาก และพร้อมเข้าร่วมการแทรกแซงตลาดเพิ่มเติม
– รมว.คลังญี่ปุ่น ยืนยันว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ร่วมมือกันเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการซื้อเงินเยน ซึ่งนับเป็นการดำเนินการร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี
– ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อพยุงเงินเยนที่อ่อนค่าลงตามคำร้องขอของญี่ปุ่น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็น “สัญญาณแห่งมิตรภาพ” ที่ส่งผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก
– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนก.ค., ดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.ค., ดัชนีภาคบริการเดือนก.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค. และการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือนก.ค.
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





