ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 693.38 จุด ทำนิวไฮ หลังราคาน้ำมันร่วงรับความหวังเจรจาอิหร่าน

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (3 ส.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดที่ผ่อนคลายลงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านได้ฉุดราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญหลายรายการในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,178.41 จุด เพิ่มขึ้น 693.38 จุด หรือ +1.32%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,600.50 จุด เพิ่มขึ้น 110.78 จุด หรือ +1.48%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,913.90 จุด เพิ่มขึ้น 540.04 จุด หรือ +2.13%

ราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] ร่วงลงกว่า 5% หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาได้ตัดสินใจยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน หลังจากอิหร่านและประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ชะลอการโจมตีออกไป เนื่องจากได้มีการบรรลุข้อตกลงในหลักการแล้ว นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่าน แม้อิหร่านออกมาปฏิเสธในเรื่องนี้ก็ตาม

การร่วงลงของราคาน้ำมันได้ฉุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ดิ่งหลุดจากระดับ 4.7% ทั้งนี้ การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาตราสารหนี้ทั่วโลกซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองด้วยนั้น ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนในการชำระหนี้ของบริษัทจดทะเบียน

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 4.3% โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Meta Platforms ที่พุ่งขึ้นกว่า 6% และหุ้น Alphabet พุ่งขึ้น 4.8% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.2% หลังจากราคาน้ำมันดิ่งลง

หุ้น Amazon พุ่งขึ้น 4.6% ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทพุ่งขึ้นทะลุระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

หุ้น SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทด้านอวกาศของอีลอน มัสก์ พุ่งขึ้น 5.6% ก่อนที่บริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการในวันอังคาร (4 ส.ค.) ส่วนบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งมีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ รวมถึง Advanced Micro Devices (AMD), SanDisk และ Western Digital

หุ้น Bristol Myers Squibb ขยับขึ้น 0.2% หลังมีรายงานเกี่ยวกับการเจรจาควบรวมกิจการกับบริษัท AstraZeneca ซึ่งหากข้อตกลงนี้ประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้เกิดบริษัทผลิตยารายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าเกือบ 4 แสนล้านดอลลาร์

หุ้น Marriott International ร่วงลง 7% หลังจากผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่แห่งนี้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรในไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนก.ค.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.6 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565 จากระดับ 53.3 ในเดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.0

ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ มีการขยายตัว และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเดือนที่ 6 โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ที่ปรับตัวดีขึ้น

โดย รัตนา พงศ์ทวิช