“ธรรมนัส” ชี้สูตรขั้วการเมือง “แดง-เขียว-ส้ม” แค่ข่าวลวง! ย้ำ ไม่มีดีลลับโมนาโก

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ชี้แจงหลังหายหน้าไปจากการเมือง จนเกิดกระแสข่าว “ดีลลับโมนาโก” ว่า เรื่องการเมืองที่ตนหายไปนานนั้น ได้พูดเสมอว่าแม้จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่อยากให้รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม หรือปัญหาอื่น ๆ โดยช่วงที่ผ่านมา ตนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัว อยู่กับลูก ๆ

ทั้งนี้ ในเรื่องการเมืองตนแทบจะไม่ได้เข้ามายุ่ง นอกจากการทำหน้าที่หัวหน้าพรรค และทำหน้าที่ดูแลพี่น้อง สส. รวมถึงทำหน้าที่การเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งจะเห็นได้ว่า สส.ของพรรคกล้าธรรม ทำหน้าที่ในสมัยประชุมสภาฯ อย่างจริงจัง ในฐานะเป็นฝ่ายค้าน พร้อมย้ำว่า พรรคทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ ไม่นำเรื่องส่วนตัวมามีผลกระทบต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ยากลำบากอยู่ในขณะนี้

“เรื่องที่ผมเดินทางไปต่างประเทศเพิ่งกลับมา Jet Lag ยังไม่หาย ข่าวลือเรื่องโมนาโก หรือเรื่องต่าง ๆ ขอยืนยันว่าไม่มี เพราะผมไปเฉพาะครอบครัว และไม่ได้ไปเจอใครที่ต่างประเทศเลย มีเฉพาะคณะที่เดินทางไปด้วยเท่านั้น ขอยืนยัน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

พร้อมย้ำว่า ไม่ได้มีการพูดคุยหรือไปหารือกับพรรคเพื่อไทยตามที่มีกระแสข่าว และไม่ได้ไปหารือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยเช่นกัน

*ลั่น สูตร “แดง-เขียว-ส้ม” แค่ข่าวลวง ให้ฟังจากปากผม!

ส่วนขั้วการเมือง “สูตรเขียว-แดง-ส้ม” ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ไม่มี และไม่เคยคุย ไม่เคยดีลกับใคร การจับขั้วทางการเมือง น่าจะเป็นเรื่องการวิเคราะห์ของนักการเมือง หรือนักวิชาการ และนำไปสู่การเผยแพร่ในโซเชียลมากกว่า ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ว่าหากกรณีเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จะเกิดขั้วการเมืองจากพรรคไหนได้บ้าง

ส่วนโอกาสที่พลิกเป็นเขียว-แดง-ส้ม จะมีมากน้อยเพียงใดนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกันแต่อย่างใด มันเป็นการคาดการณ์ และการวิเคราะห์มากกว่า ส่วนในอนาคตถ้าไม่ปิดประตู หมายถึงพร้อมที่จะคุยหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมไม่เหมือนพรรคอื่น ต้องคุยกับพี่น้องของตนก่อน

ส่วนกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน มีท่าทีคล้ายส่งสัญญาณมาทางพรรคกล้าธรรม พร้อมจะรับไมตรีหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เรื่องก่อนการเลือกตั้ง ผมลืมไปแล้ว”

เมื่อถามย้ำว่า แปลว่าเริ่มต้นใหม่ได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่ ผมหมายความว่า เรื่องก่อนการเลือกตั้ง ผมพูดแล้วว่า การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ผมพูดมาโดยตลอด ก่อนการเลือกตั้ง คนที่เคยเป็นศัตรูกัน ก็กลับมารักกันได้ ต้องเห็นกับประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการพูดคุยกัน ต้องขอยืนยัน เดี๋ยวไปแปลความหมาย ตัดคำพูดผม ตัดบางคำไป เดี๋ยวจะเกิดความเสียหาย”

สำหรับพรรคกล้าธรรม กับพรรคภูมิใจไทยยังจับมือกันได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวย้ำว่า “ผมไม่เคยคุยกับพรรคไหน”

ทั้งนี้ ถ้ามีรัฐบาลเข้ามาติดต่อให้ไปเข้าร่วม คำแรกของ ร.อ.ธรรมนัส ที่จะพูดกับเขาคืออะไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

“ผมเป็นคนทำงานทำจริง ถ้าจะกลับเข้าไปก็ต้องทำงานจริง ๆ ถ้ากลับเข้าไปแล้วไม่ทำงาน เป็นเครื่องประกอบก็ไม่เป็น อยู่อย่างนี้ดีกว่า” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว พร้อมมองว่า ถ้าได้กลับเข้าไปร่วมรัฐบาล ก็ไม่ได้คาดการณ์ว่าจะต้องกลับไปคุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามเดิมที่เป็นงานถนัด แต่เห็นว่าสิ่งใดที่สามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชน ประเทศชาติได้ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน ก็พร้อมจะทำ

“ผมไม่ได้คาดการณ์อะไร อะไรก็ตามที่สามารถทำประโยชน์ให้ประชาชน ประเทศชาติ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน ก็พร้อมจะทำ อย่าไปคาดการณ์ว่าจะต้องเป็นรัฐบาล หรือไม่เป็น” หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าว

ส่วนในอนาคต สูตร “เขียว-แดง-ส้ม” จะมีทางเกิดขึ้นได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะก่อนจะกล่าวว่า “ก็ถามถึงอนาคตที่มันยังไม่เกิด” และเห็นว่าข่าวเรื่องดีลต่าง ๆ ที่ออกมานั้น เป็นเพียงข่าวลือ ข่าวลวง ไม่ใช่ข่าวลับ หากจะเป็นข่าวจริง ขอให้มาฟังจากปากของตนเอง

*ให้โอกาสรัฐบาลทำงาน แต่หากยังไม่ดีขึ้น ก็ควรเปลี่ยนแปลง

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ต้องดูว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใด เป็นการอภิปรายรายบุคคล หรือทั้งคณะ คงต้องมาคุยกันก่อน เพราะการจะอภิปรายใคร คงต้องดูหลักฐานให้ละเอียด

“ในฐานะที่ผมเคยเป็นฝ่ายรัฐบาล และถูกอภิปรายมาทุกยุคทุกสมัย ผมเข้าใจอาการทุกอย่างดี เราจะไม่ทำอะไรโดยใช้อารมณ์และบุ่มบ่ามอย่างเด็ดขาด” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ส่วนที่จะมีการยื่นตรวจสอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลายฝ่ายจึงมองว่า ร.อ.ธรรมนัส น่าจะมีข้อมูลนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ มานาน และต้องให้ความยุติธรรมกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพราะเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงไม่กี่เดือน อีกทั้งโครงการส่วนใหญ่ เป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องจากของตนทั้งนั้น ดังนั้นจึงต้องให้ความเป็นธรรม 

ส่วนพรรคกล้าธรรมจะประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านแบบเต็มตัว หรือจะคงไว้เผื่อสถานการณ์พลิกเกมการเมือง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จริง ๆ แล้ว ถ้าเห็นตนในการวางตัวทุกวัน หน้าที่ฝ่ายค้านในสภาตนทำเต็มที่ และเป็นคนให้โอกาสคน

“ในเมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารบ้านเมือง ก็ให้รัฐบาลแสดงฝีมือให้เต็มที่ ถ้าวันหนึ่งมันไม่ไหว ค่อยมานั่งคุยกัน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ส่วนที่รัฐบาลโดนหลายกระแสในช่วงนี้ จะทำให้รัฐบาลยังสามารถทำงานต่อไปได้ หรือควรจะต้องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่ทราบ ไม่ได้เป็นรัฐบาล”

อย่างไรก็ตาม น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า หลาบแล้วกับพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส หลาบกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าเอาคำพูดของพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง มาเปรียบเทียบกับความคิดตน เพราะในพรรคกล้าธรรม ตนจะคิดคนเดียว ทำคนเดียวไม่ได้ จะทำอะไรก็ตามจะต้องคุยกับพี่น้อง 

ทั้งนี้ หากให้ประเมินการทำงานของรัฐบาลในช่วง 3 เดือนนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราเป็นฝ่ายบริหารมานาน คงไม่วิพากษ์วิจารณ์ เพราะพี่น้องประชาชนรู้ดี ว่าอะไรเป็นอะไร

ส่วนรัฐบาลควรต้องปรับปรุงสิ่งใดหรือไม่ เพื่อให้ถูกใจพี่น้องประชาชน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า รัฐบาลที่ประกอบไปด้วย 2 พรรคใหญ่ หลายคนมีประสบการณ์ ตนคิดว่าอะไรมันน่าจะดีขึ้น แต่ถ้าไม่ดีขึ้น ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์