TRUE หั่นเป้ารายได้บริการไม่รวม IC ปีนี้เหลือโต 1-2% จากเดิม 2-3% แต่ยังตรึงงบลงทุน

บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น [TRUE] ปรับลดเป้าหมายรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ปี 69 เหลือแค่เติบโต 1–2% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากต้นปีวางเป้าจะเติบโตราว 2-3% ส่วน EBITDA ยังคงคาดการณ์เติบโต 7-9% และคงงบลงทุน (CAPEX:) เท่าเดิมที่ 2.5-2.7 หมื่นล้านบาท

TRUE ระบุว่า ช่วงครึ่งปีแรก รายได้จาการให้บริการ อยู่ที่ 8.24 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากจํานวนนักท่องเที่ยวลดลง ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ประกอบกับ รายได้จากกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) อ่อนตัวลง และธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิกยังคงมีแนวโน้มลดลง ฝ่ายบริหารของ บริษัทจึงได้ปรับเป้าหมายทางการเงินสําหรับปี 69 ลง

ขณะที่ เป้าหมายการเติบโตของ EBITDA ยังคงไว้ที่ 7-9% เนื่องจากฝ่ายบริหารยังเชื่อมั่นต่อมาตรการบริหารต้นทุนและการบริหารความเสี่ยงที่ดําเนินการอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ งบลงทุน (CAPEX) ยังคงเดิมไว้ตามที่เคยประกาศไว้

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งปีแรก TRUE มีกำไรสุทธิ 1.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,665 ล้านบาท ส่วน EBITDA เติบโต 12.2% มาที่ 5.64 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 222.7% หรือ 3.2 เท่า จากปีก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนรายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) เท่ากับ 4.14 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเติบโตของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ และเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ เมื่อปรับผลกระทบจากรายได้การให้บริการข้ามโครงข่ายในประเทศที่ลดลง รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

EBITDA อยู่ที่ 2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเติบโตของรายได้และประโยชน์จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และ EBITDA เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการ เพิ่มขึ้น 7.6 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 68.5% สำหรับไตรมาส 2/69 ทั้งนี้ นับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ ทรู คอร์ปอเรชั่น สามารถเพิ่ม EBITDA ได้รวม 8.9 พันล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 46%

อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage Ratio): อยู่ที่ 3.7 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ลดลง 0.3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.1 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม TRUE  เปิดเผยว่า TRUE สร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอีกไตรมาส โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการทุกกลุ่มธุรกิจ การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจำนวนผู้ใช้บริการ และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การลงทุนเพื่อพัฒนาโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และไฟเบอร์ให้ทันสมัย การดำเนินงานเชิงพื้นที่แบบเจาะจง รวมถึงการนำ AI มายกระดับประสบการณ์ลูกค้าและการปฏิบัติงาน

“ทั้งหมดนี้เป็นผลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นและผลการดำเนินธุรกิจแข็งแกร่งยิ่งขึ้น จากนี้ไป เราจะเสริมศักยภาพการเปลี่ยนผ่านองค์กรด้วย AI ในทุกมิติ ผ่าน AI Centre of Excellence การวางรากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการยกระดับกระบวนการทำงานแบบครบวงจร (End-to-End) เพื่อขยายขีดความสามารถด้านนวัตกรรม เพิ่มผลิตภาพ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน”

จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 479,000 เลขหมาย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐในโครงการไทยช่วยไทย พลัส และการเข้าร่วมโครงการ “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Study Anywhere Anytime)” ของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ กสทช. ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมอยู่ที่ 48.6 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 28,000 ราย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากความเสถียรของโครงข่ายและคุณภาพการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น โดยไตรมาสนี้ มีผู้ใช้บริการ 5G รวม 19.3 ล้านราย

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน TRUE  กล่าวว่า ไตรมาส 2/69 นับเป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่ TRUE มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง มีจุดเด่นรายได้จากการให้บริการกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน โดย EBITDA เพิ่มขึ้น 13.5% และกำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท นับเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันที่บริษัทมีกำไร

“ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงการรักษาวินัยทางการเงินและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง แม้ไตรมาสนี้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ยังคงดำเนินอยู่”