
สำนักพระราชวังกาตาร์ (Amiri Diwan) ออกแถลงการณ์ว่า ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในวันอังคาร (4 ส.ค.) เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความคืบหน้าล่าสุดในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ขณะที่ทำเนียบขาวได้ออกมายืนยันเช่นกันว่า ปธน.ทรัมป์ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์
แถลงการณ์ระบุว่า เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้แนวทางการทูตเพื่อแก้ไขข้อขัดแย้ง รวมถึงการปฏิบัติตามข้อตกลงภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
นอกจากนี้ เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ยังยืนยันว่า กาตาร์พร้อมสนับสนุนการดำเนินการระหว่างประเทศที่มุ่งลดความตึงเครียด และสร้างเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ยืนยันว่า ความพยายามในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดยทั้งสองฝ่ายยังคงแลกเปลี่ยนร่างข้อเสนอสำหรับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ประเทศผู้ไกล่เกลี่ยในภูมิภาคกำลังทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย
มาเจด อัล-อันซารี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีกาตาร์และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เราสามารถยืนยันได้ว่า ความพยายามดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปร่วมกับทุกฝ่าย โดยในขณะที่เรากำลังพูดกันอยู่นี้ เรากำลังมุ่งไปสู่การแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการทางการทูต ขณะที่การเจรจาได้เข้าสู่ขั้นตอนที่มีความคืบหน้าอย่างมาก”
เจ้าหน้าที่กาตาร์กล่าวว่า กาตาร์ ปากีสถาน และโอมาน กำลังประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ขณะเดียวกัน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวในวันอังคารว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงในวันอังคารหรือวันพุธ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมกับรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือสำหรับเรือพาณิชย์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันอังคาร และได้ฉุดราคาน้ำมันดิบร่วงลง โดยราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] และน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ต่างก็ปิดร่วงลงกว่า 5% ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันอังคาร ท่ามกลางความหวังที่ว่าการบรรลุข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดให้สัญจรอีกครั้ง
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข




