PMI ภาคบริการญี่ปุ่นก.ค. โตชะลอตัว หลังเผชิญแรงกดดันต้นทุนสูง

ผลสำรวจของเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) ที่เปิดเผยในวันนี้ (5 ส.ค.) ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่น ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 51.2 ในเดือนก.ค. จากระดับ 52.2 ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าตัวเลขประมาณการขั้นต้นที่ระดับ 51.9

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาคบริการขยายตัวชะลอลง เนื่องจากอุปสงค์อ่อนตัวลงและบริษัทต่าง ๆ ต้องรับมือกับแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนัก ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของราคาขายพุ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2557

กิจกรรมทางธุรกิจภาคบริการขยายตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน แต่เป็นอัตราที่ชะลอลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2569 ขณะที่การเติบโตของคำสั่งซื้อใหม่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี

ด้านอุปสงค์จากต่างประเทศต่อภาคบริการของญี่ปุ่นปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน แม้ว่าอัตราการหดตัวจะชะลอลงจากเดือนพ.ค. และมิ.ย. ก็ตาม

แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงอยู่ในระดับสูง โดยราคาปัจจัยการผลิตเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีของเดือนมิ.ย. เพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากภาวะเงินเฟ้อสูงที่เชื่อมโยงกับสงครามในตะวันออกกลาง ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่สูงขึ้น และค่าเงินเยนที่อ่อนค่า

ผู้ประกอบการภาคบริการได้ปรับขึ้นราคาขายในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2557 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการปรับขึ้นภาษีการบริโภคจนกระตุ้นให้ราคาขายปลีกปรับตัวขึ้นเป็นวงกว้าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าและรักษาอัตรากำไรไว้

ขณะเดียวกัน ปริมาณงานค้างสะสมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบ 17 เดือนซึ่งส่งสัญญาณว่าแรงกดดันด้านกำลังการผลิตเริ่มผ่อนคลายลง ส่วนการเติบโตของการจ้างงานและความเชื่อมั่นทางธุรกิจต่างชะลอตัวลงจากเดือนมิ.ย. เช่นกัน

สำหรับดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการ (Composite PMI) เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย โดยอยู่ที่ระดับ 52.7 ในเดือนก.ค. จาก 52.8 ในเดือนมิ.ย. เนื่องจากผลผลิตภาคโรงงานที่พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2557 เข้ามาช่วยชดเชยการชะลอตัวของภาคบริการ

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข

ข่าวล่าสุด