ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งกว่า 3% ในวันนี้ (5 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองบวกว่าความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะยังคงขยายตัว ประกอบกับความหวังที่ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดตลาดที่ระดับ 66,300.44 จุด เพิ่มขึ้น 2,342.91 จุด หรือ +3.66%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก
ขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงสู่กรอบล่าง 157 เยนในช่วงสั้น ๆ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราเพิ่มเติม หลังจาก สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะทำทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนญี่ปุ่น หลังจากที่ทั้งสองประเทศร่วมกันเข้าซื้อเงินเยนเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อสกัดการอ่อนค่าของสกุลเงินเยน
ตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวขึ้นตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ [DJI.X] และ S&P500 [SP500.X] ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ที่ปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนนี้ หลังจากที่เบสเซนต์กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวกดดันให้สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) [WTI.X] ร่วงลงสู่ระดับ 75 ดอลลาร์/บาร์เรล
มาซาฮิโระ อิจิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส กล่าวว่า “ถ้อยแถลงของเบสเซนต์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจจากตลาด ถือว่ามีความน่าเชื่อถืออย่างมาก”
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่ม AI และชิปปรับตัวขึ้น โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทรายใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ กล่าวว่า “คาดว่าการเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัวตามผลประกอบการจะยังคงดำเนินต่อไป”
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท





