LALIN ก้าวสู่ปีที่ 40 เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม ธรรมาภิบาล

นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ [LALIN] กล่าวว่า 40 ปีที่ผ่านมา บริษัทดำเนินธุรกิจบนความเชื่อว่า บ้านคือพื้นที่สำคัญของชีวิตในระยะยาว การพัฒนาที่อยู่อาศัยจึงต้องพิจารณาความสวยงามของตัวบ้าน ต้องครอบคลุมถึง Life Style สังคมที่อยู่อาศัย คุณภาพของสินค้า คุณภาพการบริการ และราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าและสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุขตลอดช่วงชีวิต ปรัชญานี้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่บริษัทใช้ขับเคลื่อนองค์กรตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน “สำหรับลลิล พร็อพเพอร์ตี้ การสร้างบ้านคือการสร้างพื้นฐานของคุณภาพชีวิต เราจึงให้ความสำคัญกับการคิดระยะยาว ตั้งแต่การเลือกทำเลที่มีศักยภาพปัจจุบันและอนาคต การออกแบบพื้นที่ใช้สอย การควบคุมคุณภาพ คุณภาพของสังคม Life Style ไปจนถึงการดูแลลูกค้าหลังการขาย เพื่อให้บ้านหนึ่งหลังสามารถรองรับการใช้ชีวิตของลูกค้าได้ทั้งในวันนี้และอนาคต

แนวคิดดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” สามารถเติบโตผ่านความเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์และวัฏจักรเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารสภาพคล่อง ความเสี่ยงและการพัฒนาบุคคลากร การสร้างทีมเวิร์ค ตลอดจนการลงทุนและขยายธุรกิจตามศักยภาพอย่างรอบคอบ นายไชยยันต์ทิ้งท้ายว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ควรวัดจากยอดขายเพียงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากความเชื่อมั่นที่บริษัทสามารถสร้างให้กับลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจได้ในระยะยาว ความแข็งแกร่งขององค์กรเกิดจากการบริหารงานอย่างเป็นระบบ การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล และการรักษาสมดุลระหว่างโอกาสทางธุรกิจกับความเสี่ยง การทำงานเป็นทีม เราเชื่อว่าการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพและคุ้มค่าอย่างสม่ำเสมอ คือ หัวใจของการสร้างความไว้วางใจ และเป็นรากฐานของยอดขายที่เติบโตได้อย่างมั่นคง

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ [LALIN] กล่าวว่า การก้าวสู่ทศวรรษใหม่ขององค์กร จะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการต่อยอดประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอด 40 ปี ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น พร้อมยกระดับการดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น ความเป็นส่วนตัว พื้นที่ใช้สอยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ การเชื่อมต่อกับเมือง ความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัย รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะของสมาชิกทุกวัย บริษัทจึงนำข้อมูลความเข้าใจลูกค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่การวางผังโครงการ การออกแบบบ้านและพื้นที่ใช้สอย ไปจนถึงการพัฒนาประสบการณ์การบริการ เพื่อให้ที่อยู่อาศัยสามารถปรับตัวไปพร้อมกับชีวิตของลูกค้า “รูปแบบครอบครัวและวิถีชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บ้านจึงต้องมีความยืดหยุ่นและใช้งานได้จริง เรามองการออกแบบจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การพักผ่อน การดูแลผู้สูงอายุ การเลี้ยงดูบุตร และการใช้เวลาร่วมกัน เพื่อให้ทุกพื้นที่ภายในบ้านสร้างคุณค่าได้มากกว่าการเป็นเพียงพื้นที่ทางกายภาพ” ทั้งนี้การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางยังครอบคลุมถึงการบริการในทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การเยี่ยมชมโครงการ การตัดสินใจซื้อ การรับมอบบ้าน ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

อีกหนึ่งรากฐานสำคัญขององค์กร คือค่านิยม LALIN ซึ่งใช้เป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนาบุคลากร วัฒนธรรมองค์กร และแนวทางการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย Long Term Thinking การคิดและตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ระยะยาว, Adaptation การปรับตัวให้ทันต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค, Life Style การเข้าใจวิถีชีวิต เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง, Innovation การใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับ ประสบการณ์ของลูกค้าและ Networking การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับคู่ค้า พันธมิตร และทุกภาคส่วนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาทักษะของบุคลากร และการถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในองค์กร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร โดยการพัฒนา Human Capital ภายใต้ความเชื่อว่า แม้เทคโนโลยีและเครื่องมือใหม่จะสามารถจัดหาได้ เเต่ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เชื่อว่า “คน” คือสินทรัพย์สำคัญที่ไม่สามารถทดแทนได้ จึงมุ่งพัฒนาบุคลากรสู่การเป็น Learning Organization ผ่าน Lalin Academy การ Upskill–Reskill ด้านดิจิทัล ข้อมูล และ AI ควบคู่กับการส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม พร้อมเสริมพลังคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Young Gen และถ่ายทอดประสบการณ์จากบุคลากรรุ่นพี่ เพื่อสร้างทีมที่พร้อมปรับตัวและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนและส่งมอบคุณค่าที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้โดยมีการพัฒนาระบบ IT เป็น Total IT Organization เพื่อสนับสนุนงานทุกสายงานให้ก้าวทันเทคโนโลยี สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการส่งมอบบ้าน แต่คือการส่งมอบพื้นที่ชีวิตที่ลูกค้ารู้สึกมั่นใจได้ในระยะยาว ทั้งในด้านคุณภาพ ความคุ้มค่า และการบริการ เพราะความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ คือคุณค่าที่สำคัญที่สุดของแบรนด์ และเป็นพลังที่จะนำ “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ก้าวต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน” นายชูรัชฏ์กล่าว

ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล การลงทุนอย่างมีวินัย และการบริหารงานด้วยความรอบคอบ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตขององค์กรกับการส่งมอบคุณค่าระยะยาวให้แก่ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และสังคม