
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ (6 ส.ค.) ต่อเนื่องจากการร่วงลงอย่างหนักในช่วงต้นสัปดาห์ โดยตลาดถูกกดดันจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซที่ดูเหมือนจะคลี่คลายลง ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันหยุดชะงัก ขณะที่นักลงทุนยังจับตาสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นเกินคาด
ณ เวลา 08.02 น. ตามเวลาประเทศไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือน ต.ค. ลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 79.28 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ปรับตัวลง 0.4% อยู่ที่ 74.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
สัญญาน้ำมันทั้งสองตลาดปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อวานนี้ แต่ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวลงมากกว่า 10% ในสัปดาห์นี้
แรงกดดันต่อราคาน้ำมันมาจากความคืบหน้าของสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านเปิดเผยว่า ได้บรรลุข้อตกลงกับโอมานเกี่ยวกับพิกัดของเส้นทางเดินเรือที่เสนอให้ใช้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลกราว 1 ใน 5
ข่าวดังกล่าวช่วยลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางจะหยุดชะงักเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวัง เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ได้หมายความว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยประเด็นเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการขนส่ง การตรวจสอบสินค้า และมาตรการด้านความมั่นคงยังไม่ได้ข้อสรุป
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่าน และจะรอดูผลของการหารือที่กำลังดำเนินอยู่ ขณะที่อิหร่านออกมาปฏิเสธว่า ไม่มีการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์ระบุว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ได้หมดไป เนื่องจากการเจรจามีอุปสรรคหลายครั้ง และยังไม่แน่ชัดว่าข้อตกลงใด ๆ จะสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่
อีกปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันคือ ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 2.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งบ่งชี้ว่าอุปสงค์น้ำมันในระยะใกล้อาจชะลอตัวลง
นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันสำรองที่ศูนย์ส่งมอบน้ำมันเมืองคุชชิง รัฐโอคลาโฮมา ยังเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานโลกยังคงมีอยู่จากสถานการณ์ความไม่มั่นคงในหลายพื้นที่ โดยการโจมตีเรือเดินทะเลของกลุ่มฮูตีในทะเลแดง การสู้รบที่กระทบการค้าทางทะเลระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงความเสี่ยงต่อเส้นทางส่งออกหลักของคาซัคสถาน ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนติดตาม แม้ความกังวลเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซจะลดลง
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท





