
คริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ กล่าววันนี้ (6 ส.ค.) ว่า เขาเปิดกว้างต่อแนวคิดการจัดทำประชามติเพื่อทบทวนระบบเลือกตั้งของประเทศ ซึ่งทำให้เกิดรอยร้าวครั้งใหม่ภายในรัฐบาลผสมฝ่ายขวากลาง ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่มีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 7 พ.ย. นี้
ลักซอนให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ Newstalk ZB ว่า การจัดทำประชามติเป็น “เรื่องที่เราควรพิจารณา” และอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในปี 2570 หากเขาได้รับเลือกกลับมาเป็นรัฐบาลอีกสมัย
ลักซอนระบุว่า ควรมีการทบทวนในระดับรัฐธรรมนูญว่า ระบบเลือกตั้งปัจจุบันยังเป็นรูปแบบที่ประชาชนต้องการหรือไม่
“ผมคิดว่าผมจะทำ” ลักซอนกล่าว “เพราะการตรวจสอบในระดับรัฐธรรมนูญที่ถามว่า นี่คือระบบที่นิวซีแลนด์ยังต้องการอยู่หรือไม่ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง” อย่างไรก็ตาม ลักซอนไม่ได้กล่าวว่า ผลประชามติดังกล่าวจะมีผลผูกพันทางกฎหมายหรือไม่
คำกล่าวของลักซอนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคร่วมรัฐบาล โดยวินสตัน ปีเตอร์ส หัวหน้าพรรคนิวซีแลนด์ เฟิร์สต์ (New Zealand First) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็กในรัฐบาลผสม เรียกแนวคิดนี้ว่า “เป็นเรื่องที่หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้”
“การปิดกั้นและแย่งชิงการเป็นตัวแทนทางประชาธิปไตยที่แท้จริงของประชาชนชาวนิวซีแลนด์ ควรถูกมองให้ตรงตามที่มันเป็น นั่นคือ การยึดอำนาจและความเขลาที่ไม่เข้าใจว่าความเป็นประชาธิปไตยหมายถึงอะไร” ปีเตอร์สโพสต์ข้อความบนเอ็กซ์ (X)
ด้านพรรคแอคท์ (ACT) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอีกพรรคภายใต้การนำของเดวิด ซีมัวร์ รวมถึงพรรคแรงงาน (Labour Party) ฝ่ายค้านหลัก ต่างออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการจัดทำประชามติดังกล่าวเช่นกัน
ทั้งนี้ นิวซีแลนด์นำระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม (Mixed-Member Proportional – MMP) ตามแบบอย่างเยอรมนีมาใช้ตั้งแต่ปี 2539 หลังการสอบสวนพบว่าระบบแบ่งเขตคะแนนสูงสุด (First-Past-The-Post – FPTP) ทำให้พรรคขนาดเล็กถูกกีดกันออกจากรัฐสภา
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





