
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ผลจากการเปิดรับจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ถือว่าประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับอย่างดี โดยสามารถจัดสรรให้กับประชาชน และนักลงทุนรายย่อยทั่วประเทศได้ถึง 22,703 ราย
“บอนด์ออมพลัส ถือเป็นผลสำเร็จของรัฐบาลที่ตั้งใจทำให้เกิดมิติใหม่ในการลงทุน และเพิ่มทางเลือกในการออม และการลงทุนซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สามารถทำให้ประชาชนและนักลงทุนไทย สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างพันธบัตรรัฐบาลได้อย่างทั่วถึง ด้วยผลตอบแทนที่จูงใจ เข้าถึงได้หลากหลายช่องทาง อีกทั้งยังมีสภาพคล่อง สามารถลงทุนซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรอง สร้างความเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อ ผู้ขายได้เป็นอย่างดี” นายเอกนิติกล่าว
ทั้งนี้ สามารถสรุปผลสำเร็จ “บอน์ดออมพลัส” ครั้งที่ 1 วงเงิน 4,000 ล้านบาท ได้ดังนี้
– กระจายทั่วถึง โดยมีผู้ได้รับจัดสรรทั้งหมด 22,703 ราย แบ่งเป็นช่องทาง วอลเล็ต สบม. 1,590 ราย และช่องทาง Bond Connect จำนวน 21,113 ราย
– มีผู้ลงทุนสนใจจองซื้อผ่าน Bond Connect วงเงินรวมถึง 16,511.654 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 8 เท่าของวงเงินจำหน่าย (Oversubscription)
-ได้รับจัดสรรอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการ Small Lot First สำหรับการจองซื้อผ่าน Bond Connect Platform โดยผู้ลงทุนได้รับจัดสรรสูงสุดต่อราย (ก่อน Random) 117,000 บาท
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การเปิดจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล “ออม Plus” ในช่วงวันที่ 3-5 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่าได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยมียอดจองซื้อผ่านระบบ Bond Connect Platform สูงถึงราว 16,000 ล้านบาท คิดเป็น 8.2 เท่าของวงเงินจำหน่าย
ในการประกาศผลจัดสรร ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ สรุปว่ามีผู้ได้รับจัดสรรรวม 23,306 ราย แบ่งเป็นรุ่นอายุ 3 ปี ประมาณ 9,390 ราย และรุ่นอายุ 10 ปี 13,916 ราย การจัดสรรครั้งนี้ดำเนินงานภายใต้หลักการ Small Lot First เพื่อกระจายโอกาสในการเข้าถึงพันธบัตรออมทรัพย์แก่ผู้ลงทุนในวงกว้างที่สุด ทั้งนี้ ช่องทางการจำหน่ายหลักยังคงผ่านธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคาร
ทั้งนี้ ผู้จองซื้อสามารถตรวจสอบผลการจัดสรรการจองซื้อของช่องทาง Bond Connect ผ่าน www.settrade.com/bondallocation และช่องทางของธนาคาร/โบรกเกอร์ผู้จัดจำหน่าย ทั้ง 24 แห่ง สำหรับเงินที่ไม่ได้รับจัดสรร ผู้ลงทุนจะได้รับคืนภายในวันนี้ (6 สิงหาคม 2569)

นายเอกนิติ กล่าวว่า ทุกบาทที่ประชาชนนำมาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลออมพลัส จะเป็นพลังที่ประชาชน และรัฐบาลร่วมกันนำไปสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอนาคตที่ดีขึ้นให้แก่ประเทศไทย นอกจากนี้ ผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์ “พลัส” มากกว่าการออมรูปแบบเดิม ทั้งการเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายและทั่วถึง (Financial Inclusion) ผลตอบแทนในรูปของอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจ การมีตลาดรองรองรับการซื้อขายที่สะท้อนราคาตามกลไกตลาดอย่างโปร่งใส และช่องทางการลงทุนที่หลากหลายผ่านวอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนที่พลาดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลออมพลัสในครั้งนี้ สามารถเตรียมตัวเพื่อซื้อในเดือนหน้า โดยกระทรวงการคลังจะเปิดจำหน่ายรอบถัดไป 2 ช่องทางเช่นเดิม คือ จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. ในวันที่ 4 – 15 กันยายน 2569 และจำหน่ายผ่าน Bond Connect Platform ตั้งแต่วันที่ 7 – 9 กันยายน 2569
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง มีแผนจะเปิดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (ตุลาคม 2569 – กันยายน 2570) โดยจะมีการประกาศวงเงินจำหน่ายพันธบัตร และอัตราดอกเบี้ยของรอบเดือนกันยายนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





