
เอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) เปิดเผยในวันพุธ (5 ส.ค.) ว่า การเติบโตของภาคเอกชนสิงคโปร์เร่งตัวขึ้นในเดือนก.ค. โดยกิจกรรมทางธุรกิจขยายตัวในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบ 5 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการและผลผลิตที่แข็งแกร่งขึ้น
S&P ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคเอกชนของสิงคโปร์จาก S&P Global ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงานของภาคเอกชนโดยรวม ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 59.2 ในเดือนก.ค. จากระดับ 57.4 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งส่งสัญญาณถึงสภาวะทางธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด
รายงานระบุว่า การขยายตัวล่าสุดได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของผลผลิตที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงระยะเวลาการส่งมอบสินค้าของซัพพลายเออร์ที่หวนกลับมาอีกครั้ง
เอเลนอร์ เดนนิสัน นักเศรษฐศาสตร์จากเอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “ภาคเอกชนสิงคโปร์ปรับตัวดีขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่งและการเติบโตของผลผลิตที่รวดเร็วขึ้น” พร้อมเสริมว่า ภาคธุรกิจยังคงอยู่ในภาวะขยายตัว โดยได้รับแรงหนุนจากสภาวะตลาดแรงงานที่เป็นบวกและการจัดซื้อจัดจ้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
แม้ผลการดำเนินงานจะแข็งแกร่ง แต่เดนนิสันระบุว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ความต้องการด้านปัจจัยการผลิตที่แข็งแกร่ง และอุปทานที่ตึงตัว นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังรายงานถึงความล่าช้าในการนำเข้าสินค้า โดยปัญหาความแออัดที่ท่าเรือและการหยุดชะงักของการขนส่งสินค้าทางเรือยังคงเป็นปัจจัยกดดันห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





