
บมจ.ออโรร่า ดีไซน์ [AURA] เตรียมระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 2 ชุด เพื่อนำเงินที่ได้รับไปขยายพอร์ตธุรกิจขายฝากทองรูปพรรณภายใต้แบรนด์ “ทองมาเงินไป” ลงทุนเพิ่มสินค้าคงเหลือประเภททองรูปพรรณและเครื่องประดับที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบ รวมถึงชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินบางส่วน เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินในระยะยาว
• หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.80-4.90]% ต่อปี เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
• หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.60-4.70]% ต่อปี เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกัน โดยใช้สินค้าคงเหลือประเภททองคำรูปพรรณ 96.5% Design Gold และ Aurora Diamond รวมถึงทรัพย์สินทดแทน เป็นหลักประกัน ซึ่งบริษัทจะดำรงมูลค่าหลักประกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของเงินต้นคงค้างของหุ้นกู้มีประกันภายใต้โครงการ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ทั้งนี้ หุ้นกู้ AURA ทั้ง 2 ชุดจะชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยสุดท้ายจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2569 แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่
บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้คงอันดับเครดิตองค์กรของ AURA เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ “BBB” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) และจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดใหม่ที่บริษัทเตรียมเสนอขายภายใต้วงเงินรวมไม่เกิน 2,500 ล้านบาท โดยหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกัน อายุ 2 ปี 6 เดือน ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ “BBB” และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน อายุ 1 ปี 6 เดือน ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ “BBB-“
ทั้งนี้ หุ้นกู้มีหลักประกันได้รับการจัดอันดับเครดิตเท่ากับอันดับเครดิตองค์กร เนื่องจากมีหลักประกันเป็นทองคำซึ่งเป็นสินค้าคงคลังของบริษัทที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับมูลค่าหุ้นกู้ที่เสนอขาย
ทริสเรทติ้งระบุว่า อันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดของ AURA ในฐานะหนึ่งในผู้ค้าปลีกเครื่องประดับทองคำชั้นนำของประเทศไทย จากประสบการณ์ดำเนินธุรกิจที่ยาวนาน ภายใต้แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศรวม 629 แห่ง ณ 31 มีนาคม 2569 ในจำนวนนี้เป็นสาขา “ทองมาเงินไป” 314 แห่ง และระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
ขณะที่ผลการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้เติบโต 19% เป็น 3.9 หมื่นล้านบาท และ EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 3.1 พันล้านบาท จาก 2.3 พันล้านบาทในปี 2567 คิดเป็นอัตรา EBITDA Margin ที่ 8.0% เพิ่มขึ้นจาก 7.1% ในปีก่อนหน้า จากอัตรากำไรของสินค้าทองรูปพรรณที่ปรับตัวดีขึ้น และการเติบโตอย่างรวดเร็วของรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจขายฝากทองคำ โดยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งยังต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งบริษัทมีรายได้ 1.60 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมี EBITDA 1.1 พันล้านบาท
นอกจากนี้ ทริสเรทติ้ง ยังคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายสาขา “ทองมาเงินไป” และการขยายพอร์ตธุรกิจขายฝากทองคำ ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานเติบโตอยู่ที่ 4.9-5.2 หมื่นล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2569-2571 ภายใต้สมมติฐานราคาทองคำในประเทศเฉลี่ยประมาณ 67,000 บาทต่อทองคำ 1 บาท พร้อมคาดว่าบริษัทจะรักษาอัตรา EBITDA Margin ไว้ที่ 6.5%-6.9% และยอดลูกหนี้ขายฝากทองคำจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.1-1.6 หมื่นล้านบาท จากประมาณ 9.1 พันล้านบาท ณ 31 มีนาคม 2569
นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด AURA กล่าวว่า บริษัทมุ่งนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเติบโต ทั้งการขยายธุรกิจขายฝาก ‘ทองมาเงินไป’ การเพิ่มศักยภาพธุรกิจค้าปลีกทองคำ การเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนหมุนเวียน และการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับ AURA สู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกทองคำและบริการทางการเงินที่เกี่ยวเนื่อง
ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย
• บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด
• บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
• บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด
• บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)
• บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
• บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
นายทะเบียนหุ้นกู้ คือ ธนาคารกสิกรไทย





