SINO เทิร์นอะราวด์ Q2/69 กำไรพุ่ง 486% รับอานิสงส์ค่าระวางเรือ-Air Freight โต 9 เท่า พร้อมแจกปันผล 0.0144 บาท

นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น [SINO] เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ได้สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจจากการกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีรายได้รวม 804 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% และ 486% จากไตรมาสก่อนตามลำดับ

ปัจจัยการเติบโตในไตรมาส 2/69 มาจากปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลที่เพิ่มขึ้นเป็น 15,034 ตู้ เติบโต 17% จากไตรมาสก่อน โดยเฉพาะเส้นทางไทย-สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลัก และการดำเนินธุรกิจในประเทศมาเลเซียผ่าน Sino Worldwide Logistics (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนเพื่อให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่มีดีมานด์เพิ่มขึ้น ประกอบกับธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) ที่มีรายได้เติบโตก้าวกระโดดเป็น 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 900% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน   จากการผนึกกำลังกับบริษัท เอ.เอส. โลจิสติกส์ จำกัด (ASL) ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพื้นที่ระวางสินค้าทางอากาศ นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของดัชนีอ้างอิงค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์โลก และการขยายพื้นที่บริการให้เช่าคลังสินค้า

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 1,405 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,509 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 39 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงเดียวกันของปีก่อนบริษัทฯ มีกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน ขณะที่ไตรมาส 1/69 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายการลงทุนด้านไอทีเพื่อรองรับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 15.1% เพิ่มขึ้นจาก 14.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนภายใต้ภาวะตลาดที่ผันผวน

ทั้งนี้ เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.014423 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 15 ล้านบาท กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 3 กันยายน 2569

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SINO กล่าวอีกว่า บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 โดยจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การเข้าสู่ช่วงฤดูกาล (Seasonality) ของธุรกิจ จะส่งผลให้มีความต้องการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น 2) ดัชนีอ้างอิงค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์โลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง 3) การมุ่งผลักดันผลการดำเนินงานของ WLT logistics Inc. dba World Link Transport Group (“World Link”) ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้า และ 4) เร่งเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่คลังสินค้า ซึ่งด้วยปัจจัยดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น