บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล [PTTGC] เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2/6 บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิ รวม 12,208 ล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุน 3,616.14 ล้านบาท
บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 172,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% และ 29% จากไตรมาส 1/69 และช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ โดยหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมีปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อการตึงตัวของอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในตลาดจากข้อจำกัดในการจัดหาวัตถุดิบ
สำหรับไตรมาสนี้ บริษัทฯ รายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 26,932 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/69 โดยผลประกอบการกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และโพลิเมอร์ มีผลประกอบการดีขึ้นจากราคาผลิตภัณฑ์เอทิลีนและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โพลีเอทิลีนที่ปรับสูงขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบด้านการจัดหาวัตถุดิบของผู้ผลิตปิโตรเคมีในภูมิภาค กอปรกับบริษัทฯ มีปริมาณการขายผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์สูงขึ้นภายหลังจากที่บริษัทฯ กลับมาเดินเครื่องโรงผลิตโอเลฟินส์หน่วยที่ 4 ในไตรมาส 2/69 ได้ตามแผน
ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์มีผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เบนซีนและผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่ปรับสูงขึ้น สำหรับผลประกอบการของกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นกลางปรับตัวสูงขึ้นตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โดยรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะอุปทานตึงตัว ในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษมีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและส่วนต่างราคาสินค้าแบบเชิงรุก รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องของบริษัท allnex
ในส่วนของธุรกิจโรงกลั่นมีผลประกอบการปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมโดยรวมได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานตึงตัวและอุปสงค์ตามฤดูกาล แต่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล ประกอบกับต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาน้ำมันดิบ (Crude premium) ที่ปรับสูงขึ้น รวมทั้งปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับลดลงจากมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงของภาครัฐ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการดำเนินการตามแนวทางยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการ Portfolio ของธุรกิจให้เข้มแข็ง (Portfolio transformation) และการดำเนินมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ รับรู้รายการพิเศษจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้จากการเปลี่ยนแปลงราคาตามสภาวะตลาด ได้แก่ กำไรจากสต๊อกน้ำมัน (Stock gain) และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) สุทธิรวมเป็นผลขาดทุน 1,942 ล้านบาท ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ 791 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 87 ล้านบาท บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนรวม 921 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีการตั้งประมาณการค่าใช้จ่ายจากแผนปรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท จีซี โพลีออลส์ จำกัด (GCP) 1,753 ล้านบาท
สำหรับความคืบหน้าโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการเพิ่มความมั่นคงของวัตถุดิบสำหรับธุรกิจโอเลฟินส์ (Olefins Feedstock Security Enhancement – OFS) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดหาวัตถุดิบอีเทนจากประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อนำมาใช้เพิ่มความมั่นคงของวัตถุดิบและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันสำหรับธุรกิจโอเลฟินส์ โดยโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของบริษัท และคาดว่าจะเริ่มนำเข้าอีเทนและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2572
ประมาณการงบลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้าของกลุ่มบริษัท (ปี 2569–2573)
(หน่วย: ล้านเหรียญสหรัฐฯ)
| รายการงบลงทุน | ปี 2569-2573) | 2569 | 2570 | 2571 | 2572 | 2573 |
| 1) งบลงทุนของบริษัทฯ และบริษัทย่อย (ไม่รวม Allnex) | 55 | 33 | 18 | 3 | 1 | – |
| 2) งบลงทุนของโครงการ Olefins Feedstock Security Enhancement | 110 | 1 | 23 | 9 | 77 | – |
| 3) งบลงทุนของบริษัท Allnex | 388 | 62 | 105 | 90 | 85 | 46 |
| รวมทั้งหมด (Total) | 553 | 96 | 146 | 102 | 163 | 46 |





