ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.05/06 ตลาดรอติดตามตัวเลขจ้างงานฯ สหรัฐ คาดกรอบต้นสัปดาห์หน้า 33.15-33.25

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.05/06 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.15 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงิน จากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.04-33.15 บาท/ดอลลาร์ ตลาดยังย่อยข่าวที่อิหร่านมีความคืบหน้าในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

“ข่าวการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ดี ควรจะทำให้เงินบาทกลับมาแข็งค่ามากขึ้น แต่มีปัจจัยการปรับเพิ่มบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เป็นตัวดึงทำให้เงินบาทยังไม่แข็งค่าไปมาก” นักบริหารเงิน ระบุ

สำหรับคืนนี้ ตลาดรอติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร ของสหรัฐฯ เป็นหลัก เพื่อประเมินทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า

นักบริหารเงิน คาดว่า วันจันทร์เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.15-33.25 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.35/37 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 158.42 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1529/1530 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1520 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,612.00 จุด ลดลง 2.64 จุด (-0.16%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 63,391.38 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 3,316.52 ล้านบาท

– รมว.คลัง ยอมรับว่าศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ถอยหลังลงมาเหลือ 2% ดังนั้น สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อการวางรากฐานและยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายระยะยาว ภายใน 12 ปี ยกระดับให้ไทยเป็นประเทศรายได้สูง ขณะที่เป้าหมายระยะสั้นภายใน 4 ปี รัฐบาลต้องเร่งวางรากฐานให้เศรษฐกิจ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ขณะเดียวกัน ยังต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ให้ติด Top 20 รวมถึงเร่งยกระดับศักยภาพ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้มากกว่า 3% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.8-2.9% ซึ่งแนวทางสำคัญคือการเพิ่มการลงทุน

– นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไปว่า รัฐบาลจะเดินหน้าดำเนินการหลายด้าน ทั้งการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อลดภาระประชาชน การบริหารความเสี่ยงด้านพลังงาน การจัดระเบียบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าปริมาณมาก เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงการเร่งส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งช่วยสร้างการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

– GCAP GOLD ชี้ตลาดทองคำจ่อแกว่งตัวแรง จับตา 2 ปัจจัยสำคัญ ทั้งความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน และการประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ กำหนดทิศทางดอลลาร์ และชะตาดอกเบี้ยเฟด

– YLG เผยราคาทองคำโลก (Gold Spot) พุ่งแรงทำระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ หลังผ่อนคลายราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงจากข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุช ส่งผลตลาดลดคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือน ก.ย. เหลือไม่ถึง 60%คาดราคาเป้าหมายทองคำ 4,890-5,250 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์

– ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน เตรียมลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านกลาโหมในวันนี้ (7 ส.ค.) หลังใช้เวลาเจรจานานเกือบ 1 ปี ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียด อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้ประเทศในอ่าวอาหรับเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงเพิ่มขึ้น

– กระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ว่า ทางการญี่ปุ่นใช้เงิน 6.28 ล้านล้านเยน (ราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการแทรกแซงตลาดเงินเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันเดียว ด้วยการขายดอลลาร์และเข้าซื้อเงินเยน เพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน ก่อนเข้าดำเนินการแทรกแซงตลาดอีก 2 ครั้งภายในสัปดาห์เดียวกัน

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน