ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 151.83 จุด ข้อมูลจ้างงานลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (7 ส.ค.) และดัชนี S&P500 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนได้รับข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด ซึ่งช่วยลดการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ขณะเดียวกัน ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนยังช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนด้วย

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 54,036.93 จุด เพิ่มขึ้น 151.83 จุด หรือ +0.28%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,757.64 จุด เพิ่มขึ้น 47.68 จุด หรือ +0.62%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,690.62 จุด เพิ่มขึ้น 342.26 จุด หรือ +1.30%

ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 2.96%, ดัชนี S&P500 บวก 3.58% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 5.19% โดยดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ดัชนีทำผลงานรายสัปดาห์ดีที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. หลังฤดูประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายมหาศาลของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานในช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ยังถูกปรับลดลงอย่างมาก ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ 4.1% ในเดือนก.ค. จาก 4.2% ในเดือนมิ.ย. เนื่องจากมีแรงงานออกจากตลาดแรงงาน

ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า นักลงทุนคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปลดลงเหลือประมาณ 44% จาก 55% ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี และ 67% เมื่อสัปดาห์ก่อน

ขณะเดียวกัน สัญญาณความคืบหน้าของความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในสงครามอิหร่านช่วยให้ราคาน้ำมันคลายความร้อนแรงลง ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อลดลง และช่วยให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลงด้วย

ข้อมูลของ LSEG ระบุว่า ฤดูประกาศผลประกอบการกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยบริษัท 436 แห่งในดัชนี S&P500 ที่รายงานผลประกอบการแล้วจนถึงเช้าวันศุกร์นั้น 85.1% มีผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 68% นับตั้งแต่ปี 2537 อย่างมาก

ภายใต้การนำของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่นั้น เฟดแทบไม่ได้ให้แนวทางล่วงหน้าเกี่ยวกับนโยบายการเงิน ทำให้นักลงทุนหันมาให้ความสำคัญกับข้อมูลเศรษฐกิจและความเห็นของเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายเป็นหลัก

ในบรรดาหุ้นที่ปรับตัวโดดเด่น หุ้น SpaceX ของอีลอน มัสก์ พุ่งขึ้น 15.8% ในวันศุกร์ หลังข้อจำกัดการล็อกหุ้นชุดแรกจากหลายข้อ ซึ่งกำหนดขึ้นภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ในเดือนมิ.ย. สิ้นสุดลง

หุ้น Atlassian ซึ่งเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานร่วมกัน พุ่งขึ้น 35.3% ทำสถิติการปรับตัวขึ้นในวันเดียวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้น Microchip Tech ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิป เพิ่มขึ้น 13.9% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในวันเดียวมากที่สุดในรอบกว่า 15 เดือน หลังทั้งสองบริษัทคาดการณ์รายได้รายไตรมาสสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

หุ้น Airbnb ซึ่งเป็นบริษัทให้เช่าที่พักสำหรับการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น 17.4% และเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นดีที่สุดในดัชนี S&P500 หลังรายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ส่วนหุ้น Trade Desk ร่วงลง 21.9% และเป็นหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 หลังบริษัทเทคโนโลยีโฆษณาคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช