ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลดลง 125 จุด เหตุสงครามอิหร่านหนุนราคาน้ำมันสูง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลงกว่า 100 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (10 ส.ค.) หลังจากราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ณ เวลา 06.44 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลง 125 จุด หรือ -0.23% แตะที่ 54,027 จุด

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ดีดตัวขึ้น 58 เซนต์ หรือ +0.74% แตะที่ 78.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ความหวังที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจใกล้บรรลุข้อตกลงในการเปิดทางให้เรือสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญนั้นเริ่มเลือนรางลงในช่วงวันสุดสัปดาห์ หลังจากอิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาโดยตรงใด ๆ กับสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเปิดเส้นทางน้ำดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้

สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวกับสำนักข่าว CNBC เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ว่าข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ใกล้จะเกิดขึ้น แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว Axios ในวันอาทิตย์ (9 ส.ค.) ว่า สหรัฐฯ มีการเจรจากับอิหร่านเพียง “กึ่งหนึ่ง” เท่านั้น และต้องการให้อิหร่านเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อไป

นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด โดยทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพุธนี้ (12 ส.ค.) และจากนั้นจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.)

โดย รัตนา พงศ์ทวิช