TPCH ร่วง 21.99% มาที่ 1.10 บาท ลดลง 0.31 บาท มูลค่าซื้อขาย 1.97 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.05 น. จากราคาเปิด 1.28 บาท ราคาต่ำสุด 1.09 บาท ราคาสูงสุด 1.258 บาท
บมจ.ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง [TPCH] รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2/69 ขาดทุน 567.92 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 31.43 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนต่อเนื่องจากไตรมาส 1/69 และทำให้งวด 6 เดือนปี 69 ขาดทุน 622.75 ล้านบาท จาก 96.74 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกิจหลักของบริษัทมีกำไรจากการดำเนินการในไตรมาส 2/69 จำนวน 6.60 ล้านบาท
TPCH ชี้แจงว่า สาเหตุการขาดทุนเนื่องจากรายการพิเศษบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน และดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมค้างรับ 609.85 ล้านบาท ทั้งนี้ ไตรมาส 2/69 บริษัทได้บันทึกเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทในกลุ่มจำนวน 371.88 ล้านบาท มากกว่าไตรมาส 1/69 ที่มีเงินให้กู้ยืม 112.80 ล้านบาท
นอกจากนี้ ผลการดําเนินงานของกลุ่มบริษัทยังได้รับผลกระทบจากการที่โครงการ MWE และ PTG มีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า PTG ซึงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ส่งผลให้ต้องหยุดเดินเครื่องเพื่อดําเนินการซ่อมแซมเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างดําเนินการซ่อมแซมและทยอยกลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า
ส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้า จํานวน 503.90 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 61.75 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 10.9 มาจากโครงการ PTG MWE เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าน้อยกว่าไตรมาส จึงทําให้ได้รับค่าขายไฟฟ้าลดลง และลดลงจากปีก่อน 27.96 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.3 เนื่องจากโครงการ PTG ได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมแซม ส่งผลให้ปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าลดลง ประกอบกับ อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ลดลงเมื่อเทียบกับปี

TPCH ระบุว่าในปี 69 บริษัทฯ ยังคงให้ความสําคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานของโครงการที่มีอยู่ ควบคู่กับการบริหารโครงสร้างทางการเงินและการปรับพอร์ตโฟลิโอการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะ ตลาดและกระแสรายได้ของบริษัทฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
โดยมีประเด็นสําคัญในแต่ละกลุ่มโครงการดังต่อไปนี้
1. การชําระคืนหุ้นกู้ TPCH25NA ครบกําหนดชําระหุ้นกู้จํานวน 50 ล้านบาท ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 บริษัทฯ ได้วางแผนบริหารสภาพคล่อง และจัดเตรียมเงินสํารองสําหรับการชําระคืนหุ้นกู้และดอกเบี้ยในแต่ละงวด ล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยกระแสเงินสดจากการดําเนินงานของโครงการที่เปิด COD แล้ว รวมถึงแผนการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนและการจําหน่ายสินทรัพย์ ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่อง และลดภาระดอกเบี้ยในระยะถัดไป
2. โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ใน สปป.ลาว ภายใต้บริษัท แม่โขง พาวเวอร์ จํากัด (MKP) ขนาดกําลังการผลิตรวม 100 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทถือหุ้นร้อยละ 40 มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องและได้เริมทดสอบการขนานไฟบางส่วนในช่วงปลายปี 68 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตั้งงานระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อให้การจ่ายไฟฟ้าในช่วง Pre-COD มีความเสถียรและสามารถทยอยเพิ่มกําลังการผลิตได้ตามแผน คาดว่าในปี 69 จะสามารถทยอย COD ได้เพิ่มขึ้นตามลําดับ และมีโอกาสเปิด COD เต็มกําลังการผลิตภายในปี 69
3. โครงการพลังงานลม IWP (ประเทศกัมพูชา) จากสถานการณ์ข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชาที่ยังคงมีความไม่แน่นอน ณ สิ้นไตรมาส 2/69 ส่งผลให้การดําเนินงานของโครงการเผชิญอุปสรรคด้และปัจจัยเสี่ยงด้านความต่อเนื่องของโครงการ บริษัทยังเดินหน้ากระบวนการจําหน่ายเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้สนใจทั้งในและต่างประเทศอยู่ระหว่างการพิจารณาและเจรจาเงื่อนไขการลงทุน ซึ่งโครงการประเมิน Project IRR ที่ 17-18% และได้รับใบอนุญาตขายไฟแล้ว (PPA) คาดว่าจะสามารถทําการซื้อขายหุ้นสําเร็จในปี 69
ฝ่ายบริหารอยู่ระหว่างการทํางานร่วมกับที่ปรึกษาและคู่เจรจาที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดกระบวนการ จําหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ในระยะถัดไป บริษัทฯจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดําเนินการตามแผนบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อให้การปรับพอร์ตการลงทุนเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจในระยะยาว
4. โครงการโรงไฟฟ้าขยะเพื่อชุมชน (Siam Power Group) มีแผนพัฒนาการดําเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมุงเน้นการปรับปรุงการเดินเครื่อง และพัฒนาระบบคัดแยกขยะให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 80% ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากขยะ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ โครงการ SPNK มีผู้ร่วมทุนเพิ่มเติม ปัจจุบันเข้าพื้นที่เพื่อดําเนินการก่อสร้างตามขั้นตอนของก่อสร้าง และอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของ กกพ.ในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)
ส่วนโครงการ SPNS อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของ กกพ.ในการออกใบอนุญาตประกอบ กิจการโรงงาน (รง.4) และดําเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าตามแผนที่กำหนด
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร





