“ไทยเที่ยวไทยพลัส” ลุ้นสรุปภายใน 1-2 สัปดาห์ ก่อนชงครม. ส.ค.นี้

รมว.ทองเที่ยวและกีฬา คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องแหล่งเงินงบประมาณและเงื่อนไขการดำเนินงาน โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส”ภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า ก่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ คาดว่าภายในเดือน ส.ค.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เสนอแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ หลังรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน โดยเบื้องต้นเป็นมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อกระตุ้นการเดินทาง สร้างรายได้ให้โรงแรม ร้านอาหาร ภาคบริการ และผู้ประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองน่าเที่ยวและเมืองรอง คาดว่า จะได้ข้อสรุปรายละเอียดโครงการ แหล่งเงิน และความพร้อมระบบภายในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าไม่เกินสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ สาระสำคัญของโครงการอยู่ระหว่างกำหนดเงื่อนไข ทั้งโรงแรมที่เข้าร่วม รูปแบบสนับสนุนภาคบริการอื่น นอกเหนือจากค่าอาหารและร้านอาหาร รวมถึงแพลตฟอร์มที่จะใช้ดำเนินการ เบื้องต้นจะใช้ระบบเป๋าตังของธนาคารกรุงไทยเป็นช่องทางหลัก

ส่วนแหล่งเงินยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะพิจารณาว่า จะใช้เงินกู้หรืองบกลางให้เหมาะกับวัตถุประสงค์และสถานการณ์เศรษฐกิจ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อได้ข้อสรุปเรื่องวงเงินแล้ว ยังต้องเตรียมระบบหลังบ้านของแอปพลิเคชัน เพื่อรองรับการลงทะเบียนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จึงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งให้รายละเอียดสมบูรณ์ก่อนเสนอเดินหน้า

ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ ระบุว่า สำหรับจังหวะดำเนินโครงการ หากออกได้ทันช่วงกรีนซีซั่น ภาคเอกชนเห็นตรงกันว่าเหมาะสม เพราะช่วยเติมอุปสงค์ในช่วงท่องเที่ยวไม่หนาแน่น และกระจายรายได้ลงพื้นที่ได้ชัดกว่า แต่หากกระบวนการแล้วเสร็จล่วงเข้าใกล้ช่วงไฮซีซั่น อาจต้องกลับไปรับฟังความเห็นผู้ประกอบการอีกครั้ง เนื่องจากแต่ละช่วงเวลามีผลต่อรูปแบบมาตรการต่างกัน

* เล็งปรับจ่ายเงินอุดหนุนแบบคงที่ แก้ปัญหาโรงแรมอัพราคา

น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้มาตรการดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดและพิจารณาแหล่งเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ คาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการได้ในเร็ว ๆ นี้ คาดว่าภายในเดือน ส.ค.นี้ 

ในส่วนของกรอบระยะเวลาดำเนินงาน คาดว่า จะเริ่มต้นในช่วงต้นปีงบประมาณใหม่ หรือเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี โดยเบื้องต้นกำหนดระยะเวลาโครงการไว้ที่ 3 เดือน (ตุลาคม – ธันวาคม) แต่หากพบว่า มีการใช้สิทธิ์ไม่ครบตามจำนวนภายในเวลาที่กำหนด ก็อาจมีการพิจารณาขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก 

โดยรัฐบาลมีนโยบายมุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก เนื่องจากโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือโรงแรมขนาดใหญ่ (Chain Hotels) มักจะมียอดจองเต็มจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่แล้วในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ในขณะที่โรงแรมขนาดเล็กยังคงต้องการแรงกระตุ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย

สำหรับรูปแบบการสนับสนุนค่าที่พัก ปลัดกระทรวงฯ ระบุว่ามีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินอุดหนุนเป็นแบบอัตราคงที่ (Flat Rate) ต่อคืน เช่น 2,000 หรือ 3,000 บาท/คืน/สิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้เลือกโรงแรมที่ต้องการพักเองตามงบประมาณ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่โรงแรมบางแห่งฉวยโอกาสปรับราคาสูงขึ้นเมื่อรัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุน ซึ่งโรงแรมที่จะเข้าร่วมโครงการต้องเป็นโรงแรมที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องกับทางหน่วยงานรัฐเท่านั้น

นอกจากมาตรการค่าที่พักแล้ว ยังมีการพิจารณาเพิ่มวงเงินสำหรับการใช้จ่าย (Pocket Money) จากเดิม 500 บาท ให้สูงขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ เช่น ร้านอาหารในชุมชน สินค้าท้องถิ่น รวมถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสปาและการนวดแผนไทย

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน