THCOM ยืดอายุไทยคม 4 รองรับเลื่อนยิงไทยคม 9-10 กอดงาน USO-มั่นคง รีแบรนด์ใหม่ “กัลฟ์ สเปซ” ลุยอวกาศ

บมจ.ไทยคม [THCOM] เผย ดาวเทียมไทยคม 9, 10 มีความชัดเจนเรื่องกำหนดการส่งขึ้นสู่วงโคจรและะเริ่มให้บริการแน่นอนขึ้นหลังดีเลย์จากเดิมเป็นไตรมาส 3/70 และปี 72  ส่วนไทยคม 4 ยืดอายุการใช้งานได้ไปถึงสิ้นปีนี้  ขณะที่ไทยคม 6,ไทยคม 8 จะมีการใช้งานเต็มที่ขึ้น จากการย้ายลูกค้าไทยคม 4  ไปใช้ พร้อมปรับกลยุทธ์สู้ LEO โฟกัสงานความมั่นคง-USO คาดรายได้ปี 69 อ่อนตัวเล็กน้อย ชะลอรับรู้ USO เฟส 3 ปี 70 เดินหน้าลุย Earth Observation และ AI พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี” รีแบรนด์ใหญ่รองรับธุรกิจอวกาศครบวงจร 

นายเอกชัย ภัคดุรงค์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลยุทธ์องค์กร THCOM เปิดเผยว่า ดาวเทียมไทยคม 4 ที่ใกล้หมดอายุกลางปี 69 นี้ ยังสามารถใช้งานต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง จึงได้ประสานงานไปยัง บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE)  เพื่อขอขยายเวลาออกไป  โดยบริษัทตั้งเป้าจะยืดอายุไปถึงสิ้นปี 69 เพื่อดูแลลูกค้าให้มีการโอนย้ายไปดาวเทียมอื่นให้ไม่ติดขัดมากขึ้น และรักษารายได้ของไทยคม 4 ไว้ได้ด้วย  

ส่วนดาวเทียมไทยคม 9 ซึ่งก่อนหน้านี้มีปัญหาการขึ้นสู่วงโคจรล่าช้า แต่วันนี้ปัญหาด้านเทคนิคได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น มั่นใจว่าจะสามารถนำไทยคม 9 ขึ้นสู่วงโคจรและเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3/70 ซึ่งจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างไทยคม 4 กับ ไทยคม 9 ห่างกันอยู่ 2 ไตรมาส ซึ่งบริษัทได้เตรียมแผนย้ายลูกค้าไปดาวเทียมไทยคม 6, 8 และบางส่วนขึ้นไปดาวเทียบของพาร์ทเนอร์บริษัท  

ส่วนไทยคม 10 ซึ่งเป็นดวงใหญ่ที่สุดของไทยคม อยู่ระหว่างการสร้าง ขณะนี้มีลูกค้าครึ่งหนึ่งแล้วจากยูโรแซท  ในช่วงเวลาจากนี้ไป บริษัทพยายาม presales ไปยังประเทศอื่น ได้แก่ ไทย อินเดีย และประเทศในเอเชียแปซิฟิก ขณะที่การเปิดให้บริการ จากแผนเดิมอยู่ในช่วงครึ่งหลังปี 71 เลื่อนไปเป็นช่วงครึ่งแรกปี 72 จากการเปลี่ยนแปลงกำหนดการยิงดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร

“สาเหตุที่ทำให้การยิงดาวเทียมดีเลย์ออกไป ไม่ใช่เรื่องการสร้างดาวเทียม แต่เนื่องจากคิวการยิงของจรวด ซึ่งบริษัทพยายามประสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ ถ้าเเป็นไปได้ก็จะเร่งให้เร็วขึ้น” 

ส่วนดาวเทียมปัจจุบันที่ให้บริการอยู่ คือ ดาวเทียมไทยคม 6 และ ไทยคม 8  ซึ่งให้บริการกับธุรกิจ Broadcast เป็นหลัก ยังคงมีการใช้งานของลูกค้าในปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกัน เนื่องจากไทยคม 4 ใกล้จะหมดอายุ บริษัทก็จะย้ายลูกค้าไปที่ไทยคม 6 และไทยคม 8 ซึ่งจะทำให้ต้นปีหน้ามีการใช้งานค่อนข้างหนาแน่น

ส่วนดาวเทียมไทยคม 7 มีพื้นที่ให้บริการกว้าง อยู่ระหว่างการขยายตลาด ขณะนี้สามารถให้บริการหลายประเทศ ซึ่งบริษัทพยายามขายช่องสัญญาณเพิ่มเติมในประเทศเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มประเทศ CLMV, เอเชียแปซิฟิก และอาจจะขายเพิ่มเติมในอินเดียด้วย จากที่มีไทย อยู่แล้ว

สำหรับดาวเทียมไทยคม 9A  บริษัทได้จัดหามาได้จาก ยูโรแซท  ซึ่งรักษาวงโคจร 50.5E ให้กับประเทศไทย ที่จะรักษาไปจนถึงปี 70 ในช่วงนี้จนถึงปีหน้า จะหาโอกาสพัฒนาดาวเทียม 9A ต่อไปถ้าทำได้จะเป็น asset ที่ใช้ต่อไปในระยะยาว 

*โฟกัสโครงการเกี่ยวกับความมั่นคง-USO 

นายเอกชัย กล่าวว่า ไทยคมทราบถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ในเรื่องการมีดาวเทียม StarLink ดาวเทียมลีโอ อย่างไรก็ดี บริษัทจะโฟกัสดาวเทียมที่มีอยู่ที่เป็นจุดแข็งของบริษัท โดยมีโครงการภาครัฐที่รัฐบาลจะสนับสนุนการใช้งานดาวเทียมของประเทศตน ได้แก่ ในไทย โครงการ USO ซึ่งปัจจุบันจะเป็น USO เฟส 3 และจะมีการจัด USO อย่างต่อเนื่อง ส่วนอินเดีย ก็เป็นตลาดสำคัญของไทยคม ซึ่งให้บริการโครงการลักษณะ USO มาโดยตลอด ซึ่งมั่นใจว่ายังโฟกัสตลาดนี้ได้อยู่ 

นอกจากนี้มีโครงการเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐไทย ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการให้บริการกองทัพบกที่ตามชายแดน พื้นที่ห่างไกล 

“ฉะนั้น สองสิ่งนี้ คือ USO โครงการภาครัฐ และโอกาสของความมั่นคง เป้นสิ่งที่ไทยคมจะโฟกัสต่อไปในอนาคตต่อไป กับ T9 (ไทยคม 9) และ T10 (ไทยคม 10)” 

ทั้งนี้ โครงการบรอดแบนด์ภาครัฐในประเทศไทยผ่านโครงการ USO เฟส 3 เพิ่งเปิดประมูลไปเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.69 คาดจะรู้ผลในไตรมาส 3/69 และจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/70 ส่วนอินเดียมีโครงการ Bridge Connectivity gaps across rural and semi-urban India ได้เลื่อนการประมูลออกไปจากเดิมกำหนดไว้ 19 มี.ค.69 ขณะที่โครงการเกี่ยวกับความมั่นคงรัฐไทยของกองทัพบก คาดจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/69 

สำหรับดาวเทียมลีโอ หรือดาวเทียมวงโคจรต่ำ รองรับอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ บริษัทได้จับมือพันธมิตร 2 รายได้ ได้แก่ 1.Amazon Leo ที่มองว่าน่าจะแข่งขันกับ StarLink ได้ ขณะนี้กำลังขออนุญาตและ ก่อสร้างสถานี และขายช่องสัญญาณลักษณะโฮลเซล ซึ่งคาดก่อสร้างเสณ้จไตรมาส 4/69   2.Globalstar ที่ให้บริการจากดาวเทียมไปมือถือ iPhone (Direct To Device) ซึ่งก่อสร้างสถานีเมื่อไตรมาส 1/69 คาดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/69 

สำหรับรายได้จาก Geospatial Intelligence (GEOINT) ที่ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมมาวิเคราะห์ด้าน ESG  ยังมีรายได้ไม่มากเพราะเพิ่งเริ่มต้น ซึ่งบริษัทกำลังขยายผลให้ไปถึงระดับ International 

*รีแบรนด์ใหม่ “กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี”รุกธุรกิจอวกาศเต็มตัว

นายปิยะวัฒน์ จริยเศรษฐพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการค้า THCOM ระบุว่า บริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น “บมจ.กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี” (Gulf Space Technology) ให้สอดคล้องกับธุรกิจในอนาคต โดยจะนำเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 15 ก.ย.69 เพื่อพิจารณาอนุมัติและหลังจากนั้นเริ่มเปลี่ยนชื่อ

โดยมองว่า ขอบเขตธุรกิจอวกาศมากขึ้นจากเดิมที่มีแต่ธุรกิจดาวเทียม และเรามีโอกาสเข้ามามาก อย่างเช่น ดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO)  ตลาดให้มูลค่ากับธุรกิจ Space ซึ่งบริษัทมองหาพันธมิตร อย่าง Rocket Lab ที่จะดำเนินสร้างโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับอวกาศในประเทศไทย เราจะพิจารณาความเป็นไปได้การลงทุน 

จากการลงทุนของไทยคมที่ผ่านมา บริษัทมีโอกาสการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น  ธุรกิจอวกาศที่บริษัทสนใจ คือเรื่อง Multi Service ได้แก่

  • Sattelite Connectivity GEOLEO  Multi-Orbit  ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียมค้างฟ้า ร่วมกับดาวเทียมวงโคจรต่ำ 
  • Earth Observation    ดูสภาพการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมต่างๆในโลก ยกตัวอย่าง งานดูแลท่อก๊าซของปตท.ซึ่งเพิ่งได้รับงาน, การเปลี่ยนแปลง Carbon Credit  หรือ การเกษตร 
  • Data Platform & Cloud ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่ม GULF 
  • AI & Data Analytics 
  • Critical Digital Infrastructure

นายปิยะวัฒน์ มองว่า อนาคต  5 ปี AI จะมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากในทุกธุรกิจ รวมไปถึง AI บน Space Data Center ทั้งหมดนี้จะสามารถสร้าง Recurring Income ได้ต่อเนื่อง 

และอีกกลยุทธ์ที่ไทยคมจะโฟกัส คือการสร้างความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล  เกี่ยวกับความมั่นคง โดยผู้ประกอบการไทยในการดำเนินการ  ซึ่งจะผลักดันให้ไทยคมเป็นผู้ดำเนินการ โดยเห็นว่าสัดส่วนงานเกี่ยวกับความมั่นคงมีโอกาสขยายตัวจากนี้ไปค่อนข้างมาก ในด้านผลประกอบการ เราให้ความเชื่อมั่นว่า จะเพิ่มรายได้ ลดค่าใข้จ่าย โดยเอาเทคโนโลยีมาใช้

*ปี 69 คาดรายได้อ่อนตัวลงเล็กน้อย USO เฟส 3 ยังไม่มา

น.ส.บุศรินทร์  หอมวิเชียร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน THCOM กล่าว่า ในปีนี้คาดว่ารายได้อาจปรับลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่มี 2.9 พันล้านบาท บนสมมติฐานที่อาจจะไม่สามารถรับรู้รายได้ในโครงการ USO เฟส 3 ได้ทันในปีนี้ เพราะคาดจะประกาศผลประมูลได้ในไตรมาส 3/69 จึงคาดการณ์อย่าง Conservative อีกทั้งธุรกิจ Broadcast ได้รับแรงกดดันเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโดยรวม 

ด้านนายเอกชัย กล่าวว่า แม้ว่าธุรกิจ Broadcast ทั้งในไทยและต่างประเทศอาจจะไม่ได้เติบโตมากนัก อาจเป็นแค่การรักษารายได้ต่อเนื่อง แต่บริษัทจะช่วยให้มีการปรับปรุงคุณภาพของบริการ โดยธุรกิจทีวีดิจิทัล ใบอนุญาตจะหมดลงใน 2-3 ปีข้างหน้าซึ่งคงต้องเตรียมการโครงข่ายดาวเทียม Broadcast มีคุณภาพเหมาะสมกับอนาคตที่จะมีการใช้งานระดับคมชัดลึกมากขึ้น เราก็จะสามารถทำให้รายได้โตไปได้ระยะหนึ่ง 

ส่วนธุรกิจไทยคมในลาว ในธุรกิจมือถือมีผู้ใช้ 3 ล้านราย จากประชากรทั้งหมด 7 ล้านราย คาดว่าจะปรับขึ้นมา 3.5 ล้านรายภายใน 2-3 ปี ยังมีโอกาสขยาย และรายได้ต่อหมายเลขมีการขยับขึ้น ในครึ่งปีแรกนี้น่าจะดีต่อเนื่อง และเงินกีบของลาวมีเสถียรภาพดีขึ้น เชื่อว่าผลการดำเนินงานจะเป็นบวก 

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร