ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดทรงตัว นลท.จับตาข้อมูลเศรษฐกิจ-สถานการณ์ตอ.กลาง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (10 ส.ค.) หลังนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงหนุนราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับสูง

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 660.45 จุด เพิ่มขึ้น 0.20 จุด หรือ +0.03%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,726.03 จุด เพิ่มขึ้น 11.10 จุด หรือ +0.13%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,323.88 จุด เพิ่มขึ้น 4.43 จุด หรือ +0.02%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,862.50 จุด ลดลง 38.59 จุด หรือ -0.35%

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.3% นำตลาด หลังราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่หุ้นกลุ่มทรัพยากรพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.9% ตามราคาทองแดงและโลหะมีค่าที่แข็งแกร่งขึ้น ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.3%

อิหร่านระบุว่า สหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการก่อนที่อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมส่งสัญญาณว่าใกล้บรรลุข้อตกลงกับโอมานเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือใหม่ผ่านช่องแคบดังกล่าว ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานที่สำคัญสำหรับยุโรป

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ขณะนี้ตลาดอยู่ในช่วงประเมินสถานการณ์และรอดูทิศทาง ขณะที่นักลงทุนยังจับตาข้อมูลการจ้างงานในยูโรโซนและตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย

ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่งทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป ช่วยหนุนดัชนี STOXX 600 พุ่งขึ้น 1.7% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันศุกร์

นักวิเคราะห์อีกรายกล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทแล้ว ปัจจัยเสี่ยงทั้งวิกฤตในตะวันออกกลาง ภาษีศุลกากร และราคาชิปที่พุ่งสูงเกินไป ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ

ในด้านหุ้นรายตัว หุ้นกลุ่มโทรคมนาคมปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 2.1% หลังหุ้น Deutsche Telekom และ Vodafone ร่วงลง 3.2% และ 3.1% ตามลำดับ

หุ้นกลุ่มสื่อปรับตัวลง 1.6% โดย WPP ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทโฆษณารายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ร่วงลง 5% ขณะที่ Publicis Groupe ซึ่งเป็นคู่แข่งจากฝรั่งเศส ลดลง 1.4%

ขณะที่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการใกล้สิ้นสุดลงแล้ว ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ผลประกอบการของบริษัทในดัชนี STOXX 600 ในไตรมาส 2 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 21% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ประมาณ 12.5% ในช่วงต้นเดือน พ.ค.

หุ้น Plus500 เพิ่มขึ้น 2.1% หลังแพลตฟอร์มซื้อขายรายงานกำไรหลักในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากกิจกรรมการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น หลังบริษัทขยายธุรกิจในสหรัฐฯ และเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม

หุ้น Vistry ร่วงลง 12.2% หลัง Financial Times รายงานว่า Allianz ซึ่งเป็นบริษัทประกันสินเชื่อ เตรียมลดการคุ้มครองความเสี่ยงให้แก่ซัพพลายเออร์ของ Vistry สูงสุด 70% โดย Vistry เป็นบริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้

หุ้น Coca-Cola HBC ร่วงลง 4.8% หลัง BNP Paribas ปรับลดคำแนะนำหุ้นจาก ซื้อมากกว่าตลาด (Outperform) เป็น ถือ (Neutral)

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช