HILITE: CKP ลบ 2.34% ผิดหวังงบ Q2/69 ขาดทุนอ่วมจากต้นทุนเชื้อเพลิงสูง NN2-BIC รายได้ตก

CKP ลบ 2.34% มาที่ 2.50 บาท ลดลง 0.06 บาท มุลค่าซื้อขาย 8.53 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.08 น. จากราคาเปิด 2.50 บาท ราคาต่ำสุด 2.48 บาท ราคาสูงสุด 2.50 บาท

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีเค พาวเวอร์ [CKP] เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 2/2569 และครึ่งปีแรกของปี 2569 ว่า CKP มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนปี 2569 จำนวน 210 และ 326 ล้านบาท ลดลง 40% และ 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 98.9 ล้านบาท ลดลง 84% และในงวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 278.5 ล้านบาท ลดลง 59%

โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) และบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ลดลงตามปริมาณการขายไฟฟ้า ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงของ BIC ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2

อย่างไรก็ตามบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ในไตรมาส 2 และช่วงครึ่งแรกของปีจำนวน 318 และ 517 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% และ 134% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทั้งนี้ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ XPCL เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากผลประกอบการของ NN2 และ BIC ที่ลดลง และช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในภาพรวมของ CKP ได้เป็นอย่างดี

สถานการณ์น้ำ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ระดับ 355 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแม้จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำน้อยลง ขณะที่ปริมาณน้ำเฉลี่ยที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ยังคงมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 15 ทั้งนี้ ข้อมูลพยากรณ์อากาศบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประกาศความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัท

ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 77% ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ขณะที่โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) กลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ภายใต้บริษัท บางเขนชัย จำกัด (BKC) ซึ่งได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ (MW) ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ภายใต้สัญญาระยะเวลา 25 ปี

สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.49 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.52 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและรักษาความสามารถในการชำระหนี้ให้อยู่ในระดับเหมาะสม ขณะเดียวกัน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ต่ำกว่าปีก่อนคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของ XPCL และเป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยบริษัทยังคงติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและบริหารโครงสร้างหนี้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

“ท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ พลังงานหมุนเวียนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดย CKPower จะเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593” นายธนวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร