ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันอังคาร (11 ส.ค.) โดยปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่สอง เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มประกัน พร้อมกับจับตาการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,844.19 จุด ลดลง 18.31 จุด หรือ -0.17%
หุ้นกลุ่มประกันร่วงลงและเป็นปัจจัยกดดันตลาด นำโดยหุ้น Legal & General ดิ่งลง 3.1% หลังจากนักวิเคราะห์ของ UBS และ Goldman Sachs ปรับลดคำแนะนำการลงทุนของหุ้นดังกล่าวลงสู่ระดับ “Sell จากระดับ “Neutral” ส่วนหุ้นบริษัทประกันรายอื่น ๆ ปรับตัวลงเช่นกัน รวมถึงหุ้น Standard Life และหุ้น Prudential ปรับตัวลงเช่นกัน
หุ้น Spirax ซึ่งเป็นผู้ผลิตวาล์ว ร่วงลง 5.6% และเป็นหุ้นที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดในดัชนี FTSE 100 หลังจากบริษัทประกาศคงคาดการณ์ผลประกอบการรายปีไว้ที่ระดับเดิม แม้ผลประกอบการครึ่งปีแรกจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม
หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกากันอิหร่านยังไม่คืบหน้า และอาจทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด โดยหุ้น BP ปรับตัวขึ้น 1.8% และหุ้น Shell พุ่งขึ้น 2.2%
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2569 ของอังกฤษในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลาง
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





