ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ (12 ส.ค.) หลังนักลงทุนประเมินผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่เป็นไปตามคาดช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนก.ย.
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 659.48 จุด ลดลง 1.03 จุด หรือ -0.16%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,674.94 จุด ลดลง 40.00 จุด หรือ -0.46%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,331.07 จุด ลดลง 60.35 จุด หรือ -0.23%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,833.15 จุด ลดลง 11.04 จุด หรือ -0.10%
ดัชนี STOXX 600 ปิดลดลง หลังจากปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่ดี ขณะที่ข้อมูลประมาณการของ LSEG คาดว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 จะเติบโต 22%
อย่างไรก็ตาม เกือบครึ่งหนึ่งของการเติบโตดังกล่าวมาจากภาคพลังงาน ทำให้นักลงทุนยังคงกังวลว่าราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องอาจทำให้เงินเฟ้อในยุโรปเพิ่มขึ้น เนื่องจากภูมิภาคนี้พึ่งพาพลังงานค่อนข้างมาก ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่มีความคืบหน้า
นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า หากราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ลูกจ้างอาจเรียกร้องค่าจ้างเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยผลกระทบจากเงินเฟ้อ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไรของบริษัทในยุโรปโดยรวม
เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านเปิดเผยว่า ยังไม่มีความคืบหน้าในการรื้อฟื้นข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวกับสหรัฐฯ ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลง 0.1% ขณะที่นักลงทุนยังประเมินการปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันขององค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)
ด้านสหรัฐฯ ราคาผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ในเดือนก.ค. ส่งผลให้ตลาดลดความกังวลเกี่ยวกับโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.
สำหรับการเคลื่อนไหวของหุ้นรายกลุ่ม หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ลดลง 1.2% โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้น EssilorLuxottica ที่ร่วง 4.3% หลังกลุ่มรณรงค์ในเยอรมนียื่นคำร้องทางอาญาต่อ Meta และหน่วยงานของ EssilorLuxottica ผู้ผลิตแว่นตาจากฝรั่งเศส โดยกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวจากกรณีแว่นตา AI
หุ้นกลุ่มสินค้าส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือนลดลง 1.9% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าหรูหราร่วงลง 2.9% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด
ในทางตรงกันข้าม ดัชนีหุ้นกลุ่มอากาศยานและกลาโหมปรับตัวขึ้น 1.1% นำการปรับตัวขึ้นของหุ้นรายกลุ่ม เนื่องจากนักลงทุนเข้าลงทุนในบริษัทที่มักได้รับประโยชน์จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น
ในบรรดาหุ้นรายตัว Nokia พุ่งขึ้น 9.6% หลัง Lumentum ผู้ผลิตชิ้นส่วนออปติคัลจากสหรัฐฯ เปิดเผยคาดการณ์ที่ดีกว่าที่ตลาดคาด
หุ้น Bilfinger ร่วงลง 5.4% หลังบริษัทให้บริการด้านอุตสาหกรรมของเยอรมนีปรับลดคาดการณ์อัตรากำไรสำหรับทั้งปี
หุ้น Vestas ผู้ผลิตกังหันลมของเดนมาร์ก พุ่งขึ้น 19.7% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์อัตรากำไรจากผลประกอบการตลอดทั้งปี ขณะที่หุ้น TKMS ผู้ผลิตเรือรบ เพิ่มขึ้น 8.5% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 6 เดือน
ส่วนหุ้น Kingspan ปรับตัวขึ้น 7.6% หลังบริษัทวัสดุก่อสร้างของไอร์แลนด์เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า จะเข้าซื้อ BMC Manufacturing ผู้ผลิตระบบจัดการพลังงาน ด้วยเงินชำระล่วงหน้าเบื้องต้น 850 ล้านยูโร (980.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยเป็นการซื้อกิจการที่ไม่รวมหนี้สินและเงินสดของ BMC Manufacturing
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





