ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงในวันพุธ (12 ส.ค.) ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ขณะที่นักลงทุนติดตามความพยายามยุติสงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,833.15 จุด ลดลง 11.04 จุด หรือ -0.10%
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดยราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือนก.ค. ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน และเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในระดับไม่สูง ส่งผลให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ลดลง
ราคาน้ำมันปรับตัวลงในการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปี 2569 ขณะที่การโจมตีเรือในตะวันออกกลางยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังการเจรจาเพื่อยุติสงครามอิหร่านหยุดชะงัก
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่า อาทิ หุ้น Fresnillo และหุ้น Endeavour Mining ปรับตัวขึ้นตามราคาทองคำ หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นตามที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งช่วยหนุนการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในเดือนก.ย.
นักลงทุนยังรอติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษที่จะเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ โดยคาดว่าจะสะท้อนว่าเศรษฐกิจอังกฤษหยุดขยายตัวเมื่อเทียบเป็นรายเดือนในเดือนมิ.ย. หลังจากขยายตัว 0.1% ในเดือนพ.ค.
แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ กล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อช่วยลดต้นทุนให้ภาคธุรกิจ แม้ยอมรับว่าแนวโน้มการเงินของประเทศอยู่ในภาวะยากลำบาก ขณะที่นักลงทุนประเมินโอกาส 46% ที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธ.ค.
ด้านหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Balfour Beatty พุ่งขึ้น 7% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังบริษัทก่อสร้างปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานทั้งปี
หุ้น Ocado พุ่งขึ้น 15.6% หลัง J.P. Morgan ระบุว่า บริษัทค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคออนไลน์มีโอกาสคว้าลูกค้าเพิ่มได้อีก
ส่วนหุ้น Hill & Smith ร่วงลง 4.9% หลังบริษัทจัดหาโครงสร้างพื้นฐานคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานพื้นฐานจะสูงกว่าคาดการณ์เดิมเพียงเล็กน้อย
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





