
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มทางเลือกการเดินทางทางอากาศให้ประชาชน และขยายการเชื่อมโยงเมืองหลักกับภูมิภาค โดยกระทรวงคมนาคม และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ออกมาตรการส่งเสริมพัฒนาเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ “New Route – New Airline” ลดค่าบริการขึ้น-ลง และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน 50% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สายการบินเปิดเส้นทาง และให้บริการในท่าอากาศยานภูมิภาคมากขึ้น โดยมาตรการมีผลตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 – 9 สิงหาคม 2570
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม ได้ผลักดันมาตรการดังกล่าว ภายใต้นโยบาย “Airport for Regional Development” เพื่อใช้ท่าอากาศยานเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค เพิ่มการแข่งขันของสายการบิน และทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น ทั้งในด้านเส้นทาง ราคา และคุณภาพการให้บริการ
สำหรับสิทธิประโยชน์ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
- เส้นทางบินใหม่ (New Route) ลดค่าบริการขึ้น-ลง และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน 50% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับเส้นทางที่ไม่เคยให้บริการมาก่อน หรือเคยให้บริการแต่หยุดบินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
- สายการบินใหม่ (New Airline) ลดค่าบริการดังกล่าว 50% เป็นเวลา 6 เดือน สำหรับสายการบินที่ไม่เคยให้บริการ ณ ท่าอากาศยานนั้น หรือเคยให้บริการแต่หยุดบินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ครอบคลุมทั้งเที่ยวบินภายในประเทศ และระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า มาตรการส่งเสริมเส้นทางบินที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากสายการบินอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีการขอใช้สิทธิเส้นทางบินใหม่ (New Route) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ อุดรธานี–อู่ตะเภา, บุรีรัมย์–กรุงเทพฯ, นราธิวาส–กรุงเทพฯ, นครศรีธรรมราช–กรุงเทพฯ, เบตง–หาดใหญ่ และสุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่ รวมถึงมีสายการบินใหม่ (New Airline) ขอใช้สิทธิในเส้นทางนครศรีธรรมราช–กรุงเทพฯ และนครพนม–ดอนเมือง สะท้อนว่ามาตรการดังกล่าว สามารถสร้างแรงจูงใจในการขยายเครือข่ายการบินสู่ภูมิภาคได้
“เป้าหมายของมาตรการนี้ ไม่ได้อยู่เพียงการลดต้นทุนให้สายการบิน แต่ต้องการให้ประโยชน์กลับมาถึงประชาชน เมื่อมีสายการบินและเส้นทางเพิ่มขึ้น จะช่วยเพิ่มทางเลือก ลดการผูกขาดในเส้นทางที่มีผู้ให้บริการเพียงรายเดียว และสร้างการแข่งขันทั้งด้านราคา และคุณภาพบริการ ขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อเมืองต่าง ๆ ที่สะดวกขึ้น จะช่วยกระตุ้นการเดินทาง การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน กระจายรายได้ลงสู่พื้นที่และชุมชน” น.ส.ลลิดา กล่าว
พร้อมระบุว่า สายการบินที่สนใจ สามารถแจ้งความจำนงมายังกรมท่าอากาศยาน เพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยรัฐบาลคาดหวังว่าการต่อยอดมาตรการในปี 2569 จะช่วยดึงดูดสายการบินทั้งในและต่างประเทศ ให้เปิดเส้นทางเข้าสู่ท่าอากาศยานภูมิภาคมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทาง “Airport for Regional Development” ที่มุ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน เชื่อมโอกาสทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวไปยังภูมิภาค ให้ประชาชนเดินทางสะดวก รวดเร็ว มีทางเลือกมากขึ้น และสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์





