ดึงไม่ขึ้น!! ดัชนีหอการค้าฯ ก.ค. ต่ำสุดรอบ 3 ปี วอนรัฐอัดฉีดสภาพคล่อง-เสริมแกร่งแข่งทุนต่างชาติ

นายวชิร คูณทวีเทพ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC Confidence Index) เดือนก.ค.69 ว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นภาคธุรกิจ และหอการค้าทั่วประเทศ จำนวน 369 ตัวอย่าง ดำเนินการสำรวจในช่วง 22-29 ก.ค. 69 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 41.5 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนมิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ระดับ 41.4 โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่เดือนมี.ค.69

โดยปัจจัยบวก ที่ช่วยให้ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่

  • ภาครัฐดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69
  • กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ เป็น 2.5% โดยได้แรงหนุนหลักจากการส่งออกที่เติบโตดีอย่างต่อเนื่อง และการเร่งลงทุนของภาคเอกชน
  • การส่งออกของไทย เดือนมิ.ย. ขยายตัวถึง 20.75% ที่มูลค่า 34,655 ล้านดอลลาร์
  • ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ ปรับตัวลดลงราว 1.40 บาท/ลิตร เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.
  • ผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดที่เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว และส่งเข้าสู่ตลาด ช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร
  • การจัดกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยวของไทย ที่ช่วยดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ในแต่ละภูมิภาค เป็นดังนี้

  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ 43.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 43.1
  • ภาคกลาง อยู่ที่ 41.7 ทรงตัวจากเดือนมิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 41.7
  • ภาคตะวันออก อยู่ที่ 46.4 ลดลงจากเดือนมิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 46.5
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ 38.1 ลดลงจากเดือนมิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 38.2
  • ภาคเหนือ อยู่ที่ 42.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 42.5
  • ภาคใต้ อยู่ที่ 41.5 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 41.4

ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐ ดังนี้

  • บริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุน ความผันผวน แก้ปัญหาปัจจัยกดดันด้านต้นทุน และกาลังซื้อที่เปราะบางให้กับภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่องมาอย่างต่อเนื่อง
  • การบริหารจัดการต้นทุนของปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะราคาน้ามันเชื้อเพลิงภายในประเทศ และราคาปุ๋ยทางการเกษตร
  • สร้างโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่า หรือให้ความรู้และการเข้าถึงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
  • ยกระดับศักยภาพและการรับมือความเสี่ยงภาคการเกษตร เพื่อต่อยอดปัจจัยหนุนด้านผลผลิต และสภาพอากาศ โดยบริหารจัดการน้า และวางมาตรการรับมือภัยธรรมชาติ เพื่อลดความเสียหายแก่เกษตรกร
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงรุก และจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงปลายปี และการขยายตัวของอุตสาหกรรม
  • การคุ้มครองผู้ประกอบการไทยจากทุนต่างชาติ เพื่อป้องกันการทุ่มตลาดจากสินค้า และธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร
  • เร่งรัดการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ และพื้นที่อุตสาหกรรมเพื่อดึงดูดนักลงทุน เสริมสร้างความเชื่อมั่น และสร้างการจ้างงานอย่างยั่งยืน
  • การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออก และภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนก.ค.69 ที่ระดับ 41.5 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.1 จุดจากเดือนมิ.ย.69 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 41.4 โดยถือว่าดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 35 เดือน หรือประมาณ 3 ปี เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจมองว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังเปราะบาง อำนาจซื้อของประชาชนไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นมากนัก แม้จะมีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เข้ามากระตุ้นการใช้จ่าย เพราะประชาชนยังประสบกับภาวะหนี้ครัวเรือนสูง

นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจเอง ยังประสบปัญหาทั้งด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จากผลพวงของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง อีกทั้งต้องเผชิญกับการแข่งขันของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ตลอดจนการเข้ามาเปิดร้านค้าปลีก หรือร้านอาหารในประเทศไทย

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ข้อเสนอในลำดับต้น ๆ ของผู้ประกอบการ จึงเป็นความต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเรื่องต้นทุนในการทำธุรกิจ และการเข้าถึงสินเชื่อ รวมถึงการคุ้มครองธุรกิจในไทยจากการเข้ามาแข่งขันของต่างชาติ

“ผู้ประกอบการมองว่า กำลังซื้อของประชาชนยังเปราะบาง อำนาจซื้อมีจำกัด เพราะหนี้ครัวเรือนยังสูง ภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ยังไม่โดดเด่น…รายได้ของผู้ประกอบการ มีปัญหาจากการแข่งขันของสินค้าจากต่างประเทศ รวมทั้งการเข้ามาเปิดร้านขายปลีก และการเปิดร้านอาหารของต่างชาติ” นายธนวรรธน์ กล่าว

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์