CONSENSUS: CRC มองเกมยาวคุ้มค่าดีล Max Valu ช่วย Tops โต ครึ่งปีหลัง SSSG กลับมาบวกเน้น Own Brand

โบรกเกอร์ต่างแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น [CRC] หลังประกาศดีลเข้าซื้อกิจการ Max Valu หนุนศักยภาพการขยายสาขาของธุรกิจในกลุ่ม Tops และมีความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะสามารถเพิ่มความสามารถในการขยายสาขาได้รวดเร็ว หนุนศักยภาพของธุรกิจในระยะกลาง-ยาว อีกทั้งครึ่งปีหลังแนวโน้ม SSSG เริ่มเห็นการกลับมาเป็นบวก และแนวโน้มของอัตรากำไรขั้นต้นกลับมาเพิ่มขึ้น จากการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่าย และการเน้นขายสินค้า Own Brand

ราคาหุ้น CRC ล่าสุดพุ่ง 13.59% มาที่ 29.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)

ยูโอบี เคย์เฮียน ซื้อ 30.00

พาย ซื้อ 29.00

หยวนต้า ซื้อ 28.25

เอเซีย พลัส ซื้อ 27.25

ทิสโก้ ซื้อ 27.00

กสิกรไทย ซื้อ 26.70

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

นางสาวธรีทิพย์ วงษ์แสงไพบูลย์, IAA ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ยังมองภาพรวมของ CRC เป็นบวก แม้ว่าในปีนี้จะไม่มีรายได้จากห้าง Renancente ที่ขายไปเมื่อปีที่แล้วก็ตาม และยังคงมีแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่ยังชะลอตัวอยู่ แต่ว่าในภาพรวมเริ่มเห็นการฟื้นขึ้นของผลการดำเนินงานตั้งแต่ในไตรมาส 2/69 เป็นต้นมา ที่คาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะกลับมาเป็นบวกราว 1-2% และเป็นบวกต่อเนื่องในไตรมาส 3/69 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 4/69 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3-5% อีกทั้งแนวโน้มของอัตรากำไรขั้นต้นยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ดี จากการที่ในปีนี้มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และหันมาเน้นการขายสินค้า Own Brand ทำให้หนุนต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น

ขณะที่ดีลการเข้าซื้อกิจการ Max Valu ในช่วงแรกอาจจะมีแรงกดดันจากการที่รับรู้ผลขาดทุนของ Max Valu เข้ามา แต่คาดว่าหลังจากการปรับเปลี่ยนของ CRC จะเริ่มเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้น ซึ่งในระยะกลาง-ยาวจะเป็นบวกต่อ CRC แต่อาจจะไม่มากนัก เพราะสาขาของ Max Valu มีไม่มากเพียง 30 สาขา อาจจะเป็นการเข้ามาเสริมในการขยายสาขาของ Tops เป็นหลัก ซึ่งมองว่าเป็นความคุ้มค่าและใช้เงินทุนที่ไม่สูงในการขยายสาขาให้กับ Tops โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” แต่ยังคงราคาเป้าหมายที่ 26.70 บาท/หุ้น

นักวิเคราะห์บล.พาย มองว่า CRC ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการค้าปลีกที่มีความแข็งแกร่ง แม้ว่าปีจจุบันยังมีแรงกดดันที่มาจากภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน และกำลังซื้อในประเทศที่ยังคงชะลอตัวอยู่ แต่หากมองถึงการเดินหน้าขยายธุรกิจของ CRC เป็นปัจจัยที่เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพของธุรกิจในเครือ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งล่าสุด ได้เข้าซื้อMax Valu จำนวน 30 สาขา เข้ามาเสริมให้กับธุรกิจในเครือ คือ Tops ทำให้การขยายสาขาทำได้รวดเร็วมากขึ้น จากปัจจุบันที่ Tops มี 170 สาขา ซึ่งการที่ตัดสินใจซื้อ Max Valu เข้ามาทำให้ CRC สามารถรับรู้รายได้ได้ทันที โดยไม่ต้องรอการลงทุนขยายสาขาเอง ซึ่งจะหนุนต่อผลงานของ CRC ได้ทัทีหลังจากที่ดีลเสร็จสิ้น

ขณะที่มุมมองของผลงานของ CRC ในครึ่งปีหลังนี้คาดว่าในไตรมาส 3/69 อาจจะไม่ได้มัความโดดเด่นมาก แต่เริ่มเห็นการกลับมาเป็นบวกของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ซึ่งคาดว่าในไตรมาส 3/69 จะใกล้เคียงกับไตรมาส 2/69 ที่โตได้ 2% และไตรมาส 4/69 อาจจะเห็นการปรับตัวขึ้นได้เป็นโต 4-5% แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนคือแนวโน้มของอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นต่อเนื่องและกลับมาที่ระดับ 26% จากการที่หันมาบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายมากขึ้น และคาดว่าจะมีโอกาสกลับขึ้นไปที่ 28% ได้อีกครั้ง ทำให้ CRC ยังคงมีความน่าสนใจ โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 29 บาท/หุ้น

บทวิเคราะห์บล.ทิสโก้ ระบุ ดีลของ CRC ในการเข้าซื้อกิจการ Max Valu เป็นการเสริมการขยายสาขาและขยายเครือข่ายกลุ่มลูกค้าให้กับ CRC ได้อย่างรวดเร็ว เพราะหากทำการขยายสาขาเองในจำนวนที่เข้าซื้อ Max Vau ที่มี 30 สาขา อาจจะต้องใช้ระยะเวลาที่นานถึง 3 ปี และใช้เงินลงทุนในการขยายสาขาที่สูง ทำให้การเข้าซื้อ Max Valu ครั้งนี้ยังมองเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และช่วยเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจของ Tops ในระยะกลาง-ยาวได้ราว 2-4% แม้ในระยะสั้นหลังดีลเสร็จสิ้นอาจจะมีแรงกดดันจากการรับรู้ผลขาดทุนเข้ามาก็ตาม

ด้านของธุรกิจในภาพรวมของ CRC เริ่มเห็นการกลับมาเป็นบวกได้เล็กน้อยราว 1% ในช่วงไตรมาส 2/69 แต่คาดว่าจะเห็นการเริ่มทยอยฟื้นตัวขึ้นชัดเจนในช่วงไตรมาส 4/69 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นในฤดูกาลท่องเที่ยวและวันหยุดยาว ทำให้การจับจ่ายใช้สอยจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ในไตรมาส 3/69 อาจจะยังไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่หากดูในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นก็มีการทยอยปรับเพิ่มขึ้นมาในระดับสูงที่ 25-26% จากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิธิภาพ ทำให้เห็นการกลับมาฟื้นตัวขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 27 บาท/หุ้น

โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล