HILITE:BH บวก 3.95% รับงบ Q2/69 ตามคาด โบรก ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ชี้ครึ่งปีหลังสดใส

เมื่อเวลา 10.50 น. BH บวก 3.95% เพิ่มขึ้น 7.50 บาท มาที่ 197.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,261.43 ล้นบาท จากราคาเปิด 192.00 บาท ราคาสูงสุด 197.50 บาท และราคาต่ำสุด 191.50 บาท

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า บมจ. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ [BH] รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% YoY และ 5.5% QoQ สอดคล้องกับที่ฝ่ายวิจัยคาด แม้ว่ารายได้ รพ. ทรงตัวจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาลและกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังเติบโต 3.8% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 7.1% YoY นำโดยเมียนมาร์ (+27.8% YoY), ตะวันออกกลาง (+7.1% YoY) และสหรัฐฯ (+19.0% YoY) ช่วยชดเชยการชะลอตัวของผู้ป่วยกัมพูชาและจีน รวมถึงรายได้ผู้ป่วยไทยที่ลดลง 2.2% YoY

Gross Margin อยู่ที่ 52.0% ลดลงเล็กน้อยจาก 52.3% ในไตรมาส 2/68 จากการที่ผู้ป่วยตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มมาร์จิ้นสูงยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ อย่างไรก็ตามปรับดีขึ้นจาก 51.3% ในไตรมาส 1/69 สะท้อนสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ SG&A/Sales ลดลงเหลือ 15.8% จาก 16.0% ในไตรมาส 2/68 และ 17.1% ในไตรมาส 1/69 ขณะที่อัตราภาษีจ่ายลดลงที่ 18.9% ช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไร

ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 4.00 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. Yield 2% XD 28 ส.ค.

ผลประกอบการ 1H69 คิดเป็น 48% ของประมาณการกำไรทั้งปี ขณะที่ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 7,714 ล้านบาท เติบโต 2.7% YoY

มองว่าไตรมาส 3/69 จะเป็นอีกไตรมาสที่ผลประกอบการเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยได้รับแรงหนุนจาก Pent-up Demand ของผู้ป่วยตะวันออกกลาง หลังสงครามอิหร่านคลี่คลาย ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางฟื้นตัว และสนับสนุนการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยไทยจะเข้าสู่ช่วง High Season ประกอบกับเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว ช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยที่ชะลอการรักษาหรือผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วนกลับมาใช้บริการมากขึ้น นอกจากนี้ ไตรมาส 3/69 ยังเป็นไตรมาสแรกที่ไม่ต้องเผชิญแรงกดดันจากฐานรายได้ผู้ป่วยกัมพูชาที่หายไปตั้งแต่กลางปี 2568 ทำให้แนวโน้มการเติบโตของกำไรโดดเด่นมากขึ้น

ฝ่ายวิจัยปรับไปใช้ราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 220.00 บาท/หุ้น อิงวิธี DCF สะท้อน Upside ราว 15% จากราคาปัจจุบัน จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “เก็งกำไร” โดยมองว่าผลประกอบการครึ่งปีหลังมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรก จากการฟื้นตัวที่ชัดเจนของผู้ป่วยต่างชาติ ควบคู่กับแรงหนุนจากผู้ป่วยไทยในช่วง High Season ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในระยะถัดไป

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน