บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ [EA] และบมจ.เน็กซ์ พอยท์ [NEX] เดินหน้าเตรียมความพร้อมด้านเงินทุนเพื่อรองรับโครงการรถโดยสารไฟฟ้าขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยคณะกรรมการ EA ได้พิจารณาและอนุมัติให้บริษัทย่อย 3 แห่ง ได้แก่ NEX, บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด หรือ AAB และบริษัท อีเอ รีนิวเอเบิล โฮลดิง จำกัด หรือ ERH รับความช่วยเหลือด้านหลักประกันจากบริษัท ดับเบิ้ลพี แลนด์ จำกัด หรือ Double P เพื่อรองรับการเข้าทำสัญญาสินเชื่อกับธนาคารรวม 9,777.64 ล้านบาท
ภายใต้รายการดังกล่าว Double P จะนำที่ดินจำนวน 142 โฉนดในจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าจดจำนองเป็นส่วนหนึ่งของชุดหลักประกันที่ธนาคารกำหนด เพื่อรองรับวงเงินสินเชื่อของ AAB จำนวน 8,545 ล้านบาท NEX จำนวน 1,052.64 ล้านบาท และ ERH จำนวน 180 ล้านบาท โดยวงเงินของ NEX และ AAB ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการรถโดยสารไฟฟ้ามีจำนวนรวม 9,597.64 ล้านบาท
สำหรับวงเงินสินเชื่อของ NEX และ AAB จะช่วยสนับสนุนความพร้อมด้านเงินทุนสำหรับการดำเนินโครงการรถโดยสารไฟฟ้า ครอบคลุมการผลิต การบริหารเงินทุนหมุนเวียน และการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ขณะที่วงเงินของ ERH จะใช้เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ทั้งนี้ วงเงินสินเชื่อของ NEX และ AAB มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อรองรับเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการผลิตและการดำเนินงานภายใต้โครงการรถโดยสารไฟฟ้า 1,520 คัน โดยโครงการดังกล่าวมีการลงนามสัญญาระหว่าง ขสมก. และผู้รับจ้างแล้ว และกลุ่ม EA–NEX ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ผลิตและประกอบรถโดยสารไฟฟ้าสำหรับโครงการดังกล่าว จึงมีโครงการและแหล่งรายได้รองรับอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม รายได้และกระแสเงินสดจะทยอยเกิดขึ้นตามการส่งมอบ การตรวจรับ และเงื่อนไขการชำระเงินที่กำหนดในสัญญา
ขณะเดียวกัน EA ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารหนี้และรักษาวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 หนี้สินรวมของกลุ่มบริษัทลดลงเกือบ 15,000 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงสองปีก่อน สะท้อนว่าการจัดหาเงินทุนครั้งนี้เป็นการเตรียมวงเงินสำหรับโครงการที่มีสัญญารองรับ ควบคู่กับการบริหารโครงสร้างหนี้โดยรวมอย่างระมัดระวัง
นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA กล่าวว่า การจัดโครงสร้างหลักประกันในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านเงินทุนให้แก่บริษัทในกลุ่ม เพื่อให้สามารถเข้าถึงวงเงินสินเชื่อที่จำเป็นต่อการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะโครงการรถโดยสารไฟฟ้า ซึ่งต้องอาศัยความพร้อมทั้งด้านการผลิต เงินทุนหมุนเวียน และการบริหารจัดการโครงการควบคู่กัน
EA ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในแต่ละด้านอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนให้ NEX และ AAB สามารถเดินหน้าดำเนินงานตามแผนได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาและกรอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง
นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานกรรมการ NEX กล่าวเพิ่มเติมว่า ความพร้อมด้านเงินทุนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินโครงการรถโดยสารไฟฟ้าขนาดใหญ่ ควบคู่กับการเตรียมกำลังการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และระบบบริการหลังการขาย การจัดเตรียมหลักประกันเพื่อรองรับวงเงินสินเชื่อครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนให้ NEX และ AAB สามารถวางแผนและบริหารการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
EA คาดว่าการดำเนินการเกี่ยวกับหลักประกันและสัญญาที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569 ทั้งนี้ การเข้าทำสัญญาและการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อจะเป็นไปตามเงื่อนไขบังคับก่อนและหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 EA มีรายได้รวม 2,538.19 ล้านบาท ลดลง 22.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากการสิ้นสุดสิทธิส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จังหวัดพิษณุโลก และการปรับโมเดลธุรกิจไบโอดีเซลจากการผลิตและจำหน่ายเองเป็นการรับจ้างผลิต ทำให้บริษัทรับรู้เฉพาะรายได้ค่าบริการแทนรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เต็มจำนวน
สำหรับงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 5,866.94 ล้านบาท และพลิกมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 105.81 ล้านบาท เทียบกับผลขาดทุน 469.12 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมสร้างกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานได้ 3,690.01 ล้านบาท แม้รายได้จะยังได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุด Adder และการปรับโมเดลธุรกิจไบโอดีเซล
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกสะท้อนว่าบริษัทยังเผชิญแรงกดดันด้านรายได้จากการสิ้นสุด Adder และการปรับโมเดลธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การกลับมามีกำไรในช่วงครึ่งปีแรก ประกอบกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เป็นบวก และหนี้สินรวมที่ลดลงเกือบ 15,000 ล้านบาทภายในระยะเวลา 2 ปี สะท้อนว่าการบริหารต้นทุน สภาพคล่อง และภาระหนี้กำลังเดินไปในทิศทางที่เหมาะสม
นอกจากนี้บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงิน การบริหารภาระหนี้ตามแผน และการรักษาความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด พร้อมพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ โดยมุ่งเน้นโครงการที่มีศักยภาพสร้างรายได้และผลตอบแทนที่ชัดเจนในระยะยาว
ในระยะต่อไป EA ยังคงมุ่งบริหารธุรกิจพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ควบคู่กับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมใหม่รวม 180 เมกะวัตต์ ธุรกิจบริหารจัดการขยะและโรงไฟฟ้าจากขยะ ตลอดจนต่อยอดธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน ภายใต้กรอบการลงทุนและการบริหารสภาพคล่องอย่างระมัดระวัง





