
ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวแคบในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
ณ เวลา 20.55 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 33.52 จุด หรือ 0.06% สู่ระดับ 53,873.51 จุด
ดัชนีดาวโจนส์มีแนวโน้มร่วงลงในสัปดาห์นี้ โดยขณะนี้ปรับตัวลง 0.4% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ส่วนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq มีแนวโน้มดีดตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยขณะนี้บวก 0.5% และ 0.4% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ตามลำดับ
ข้อมูลจาก FactSet ระบุว่า บริษัทมากกว่า 90% ที่อยู่ในดัชนี S&P 500 ได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2 แล้ว โดยมีการขยายตัวของกำไรราว 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ผลสำรวจของสมาคมนักลงทุนรายย่อยอเมริกัน (AAII) พบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นต่อทิศทางของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในระยะ 6 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ นักลงทุนที่มีความไม่เชื่อมั่นต่อทิศทางของตลาดหุ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า มีจำนวน 37.9% จากระดับ 38.0% ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ค่าเฉลี่ยในอดีตอยู่ที่ระดับ 31.5%
ส่วนนักลงทุนที่มีความเชื่อมั่นต่อทิศทางของตลาดหุ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า มีจำนวน 34.7% จากระดับ 37.0% ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ค่าเฉลี่ยในอดีตที่ระดับ 37.5%
นอกจากนี้ นักลงทุนจำนวน 27.4% มีมุมมองที่เป็นกลางต่อทิศทางตลาดหุ้น จากระดับ 25.0% ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ค่าเฉลี่ยในอดีตที่ระดับ 31.5%
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกลดลง 0.6% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2568 สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย.
ผู้บริโภคสหรัฐลดการใช้จ่ายในเดือนก.ค. เนื่องจากแรงหนุนจากมาตรการคืนเงินภาษีของรัฐบาลเริ่มลดน้อยลง
นอกจากนี้ ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงการคลังสหรัฐเตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ควบคู่ไปกับการตรึงกำลังปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน โดยสหรัฐจะมีการแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




