
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (17 ส.ค.) ว่า ยอดค้าปลีกขยับขึ้นเพียง 0.6% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนมิ.ย. ที่เพิ่มขึ้น 1% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.5%
ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ปรับตัวขึ้น 4.5% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากเดือนมิ.ย.ที่ขยายตัว 5.3% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.8%
ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในเขตเมือง ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ปรับตัวลง 6.7% ในช่วง 7 เดือนแรกนับจนถึงสิ้นเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 6% และหนักกว่าช่วง 6 เดือนแรกที่ลดลง 5.7%
รายงานของสำนักงานสถิติฯ ยังระบุว่า อัตราว่างงานในเขตเมืองของจีนเพิ่มขึ้นแตะระดับ 5.2% ในเดือนก.ค. จากระดับ 5% ในเดือนมิ.ย.
ข้อมูลดังกล่าวซึ่งได้รับการเผยแพร่ในเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ช้ากว่ากำหนดเดิมที่เวลา 10.00 น. ได้ตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก อันเป็นผลมาจากความไร้สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังสะท้อนถึงความจำเป็นที่รัฐบาลจีนต้องเร่งออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี
การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดเหล่านี้มีขึ้นหลังจากสำนักงานสถิติฯ รายงานก่อนหน้านี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 2/2569 ขยายตัวเพียง 4.3% ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 และต่ำกว่ากรอบเป้าหมายการเติบโตตลอดปีที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ที่ 4.5%-5%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





