นายพิริยพล คงวาณิช,IAA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล. บัวหลวง (BLS) เปิดเผยว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น 13% YoY และ 12% QoQ (กำไรสูงกว่าตลาดคาด 10%, รายได้สูงกว่าตลาดคาด 2% สำหรับหุ้นใน BLS coverage) แรงหนุน YoY มาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น-ส่วนต่างปิโตรฯ, รายได้จากบริการมือถือ–อินเทอร์เน็ต-ต้นทุนค่าโครงข่ายที่ลดลง, ดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์เติบโต, รายได้ต่อห้องพักของกลุ่มโรงแรมเพิ่มขึ้น YoY รวมถึงการบริหารต้นทุน-คุมค่าใช้จ่ายหนุนอัตรากำไรกลุ่มค้าปลีก ในช่วงการบริโภคฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
ขณะที่ ยังโดนกดดัน YoY จากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลงกดดันกลุ่มอาหาร, จำนวนผู้ป่วยกัมพูชาที่หายไป, จำนวนผู้ป่วยเงินสด-self pay ยังอ่อนแอกดดันกลุ่มโรงพยาบาล, ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มกดดันกลุ่มขนส่ง หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรหลักสูงกว่าเราคาด 11% (เฉพาะหุ้นใน BLS coverage)
สัดส่วนจำนวนหุ้นที่กำไรดีกว่าคาดอยู่ในระดับสูง แม้เริ่มลดลงจากไตรมาสก่อน สะท้อนความคาดหวังตลาดที่เริ่มกลับเข้าสู่สมดุลมากขึ้น โดยสัดส่วนจำนวนหุ้นที่กำไรดีกว่าคาดอยู่ในระดับสูงที่ 48% เทียบ 59% ในไตรมาสก่อน แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% สัดส่วนจำนวนหุ้นที่รายได้ดีกว่าอยู่ที่ 12% ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 15% ขณะที่สัดส่วนจำนวนหุ้นที่กำไรสูงกว่าคาดเทียบต่ำคาด (Beat-to-miss ratio) ไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 3.4x สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 1.1x แต่ลดลงจาก 6.8x ในไตรมาสก่อน
– กลุ่มที่กำไรดีกว่าตลาดคาดมาจากกลุ่มขนส่ง (AOT), กลุ่มวัสดุก่อสร้าง-ปิโตรฯ (SCC, PTTGC), กลุ่มพลังงาน (PTT)
– กลุ่มที่กำไรต่ำคาดมาจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA)
– กลุ่มที่รายได้ดีกว่าตลาดคาดมีเพียงกลุ่มปิโตรฯ กลุ่มที่รายได้ต่ำคาด ได้แก่ กลุ่มนิคมฯ (WHA) และกลุ่มบริหารหนี้ (BAM)
ทั้งนี้ประเมิน SET target กลางปี 70 อยู่ที่ 1,650 กรณีฐาน และ 1,710 กรณีดีที่สุด สะท้อนภาพกำไรที่ดีกว่าคาด
กลยุทธ์การลงทุนเน้น Selective play ในกลุ่มที่กำไรคาดยังฟื้นต่อในครึ่งหลัง ได้แก่
1. กลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง CBG
กำไรคาดทำจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/69 ผลกระทบจากการชะลอตัวของธุรกิจในกัมพูชา แต่จะกลับมาเติบโตเด่น YoY ตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป หนุนจาก ยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศยังคาดเติบโตดีราว 8-10% YoY ในปี 69 รายได้จากการจัดจำหน่ายและผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเติบโตแรงยิ่งกว่า 15-20% (คิดเป็น 17% ของกำไรขั้นต้นปี 69 เทียบเพียง 13% ปีก่อน) และผลกระทบจากสงครามจำกัด ต้นทุนพลังงานสำหรับการผลิต น้อยกว่า 5% ของต้นทุนรวม ขณะที่ ต้นทุนอลูมิเนียม น้อยกว่า 3%
2. กลุ่มโรงพยาบาล BH
กำไรไตรมาส 3/69 คาดเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากการเข้าสู่ช่วง high season ทั้งผู้ป่วยไทย และตะวันออกกลาง ประเมินเที่ยวบินจากอ่าวเปอร์เซียฟื้นถึงระดับก่อนสงครามตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.
3. กลุ่มท่องเที่ยว AOT, ERW, CENTEL
นักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนก.ค.อยู่ที่ 2.5 ล้านคน (-2.5% YoY) แต่จำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 16% MoM รายได้ต่อห้องพักของโรงแรมในไทย (RevPAR) คาดคาดเติบโตทั้ง YoY และ MoM ในเดือนก.ค.





