แบรนด์อาหารรุมชิงตลาดเบอร์เกอร์จีน รับเทรนด์ผู้บริโภคเน้นคุ้มค่า

ตลาดเบอร์เกอร์จีนกำลังคึกคัก หลังผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ครัวเรือนที่มีขนาดเล็กลง ทำให้อาหารจานเดียวที่ราคาเข้าถึงง่ายและรับประทานสะดวกได้รับความนิยม ส่งผลให้ทั้งเชนฟาสต์ฟู้ด ร้านหม้อไฟ และแบรนด์กาแฟ ต่างเร่งเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด

ยัม ไชน่า (Yum China) ผู้บริหารแบรนด์พิซซ่า ฮัท (Pizza Hut) ในประเทศจีน เดินหน้าขยายร้านรูปแบบ Pizza Hut Burger Bar ซึ่งเพิ่มเคาน์เตอร์เบอร์เกอร์เข้าไปในร้านพิซซ่า ฮัท เดิมมากกว่า 200 แห่งภายในเวลา 6 เดือน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 500-600 แห่งภายในสิ้นปี 2569 หรือราว 10% ของจำนวนร้านทั้งหมด โดยพิซซ่า ฮัท ซึ่งเริ่มเพิ่มเมนูเบอร์เกอร์ในปี 2567 คาดว่ารายได้จากเมนูดังกล่าวจะทะลุ 1 พันล้านหยวนในปีนี้ หรือคิดเป็น 5-6% ของรายได้แบรนด์

ขณะที่ ไหตี่เลา (Haidilao) เชนร้านหม้อไฟรายใหญ่ของจีน เปิดตัว “Huanxianbao” หรือ “Fresh Burger” เมื่อเดือนที่ผ่านมา จำหน่ายเบอร์เกอร์ควบคู่กับพิซซ่า พาสต้า และไก่ทอด ส่วนเอ็ม สแตนด์ (M Stand) แบรนด์กาแฟของจีน ก็เริ่มเปิดร้านที่เน้นเมนูเบอร์เกอร์ในบางเมือง

รอยเตอร์รายงานว่า การแข่งขันในตลาดจีนขยายวงกว้างขึ้น โดยถาซื่อถิง (Tasiting) เชนเบอร์เกอร์รายใหญ่ของจีน หวังแข่งขันกับแมคโดนัลด์ (McDonald’s), เคเอฟซี (KFC) และเชค แช็ค (Shake Shack) ขณะที่แบรนด์ต่างชาติรายใหม่ยังทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

การขยายตัวของตลาดเบอร์เกอร์สะท้อนพฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนที่เปลี่ยนไป โดยจำนวนครัวเรือนที่มีขนาดเล็กลงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอาหารราคาจับต้องได้ สะดวก และเหมาะกับการรับประทานคนเดียวเติบโตขึ้น

จู ตันเผิง นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมอาหารจีน กล่าวว่า ราคาเป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากเบอร์เกอร์มีราคาถูกกว่าการรับประทานในร้านอาหารแบบเต็มรูปแบบ ขณะที่ยังเป็นมื้ออาหารที่อิ่มท้องและสะดวก

ข้อมูลจากไอไอมีเดีย รีเสิร์ช (iiMedia Research) ระบุว่า ตลาดอาหารฟาสต์ฟู้ดสไตล์ตะวันตกของจีนมีมูลค่า 4.9965 แสนล้านหยวนในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5.8709 แสนล้านหยวนในปี 2570 โดยเบอร์เกอร์เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้ตอบแบบสำรวจ 55% เลือกเป็นเมนูโปรด

ด้านอีเมอร์เจน รีเสิร์ช (Emergen Research) ประเมินว่า ตลาดเบอร์เกอร์จีนมีมูลค่า 1.84 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 8.7% ต่อปีจนถึงปี 2578

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากพฤติกรรมสั่งอาหารกลับบ้านและเดลิเวอรี โดยข้อมูลของยูโรมอนิเตอร์ (Euromonitor) ระบุว่า ผู้บริโภคจีน 43% สั่งอาหารเดลิเวอรีอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 23% 

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท