
คมนาคม กางแผนดันสุวรรณภูมิ สู่ Aviation Hub เปิดพิมพ์เขียวพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์และศูนย์บริการฯ พร้อมอัปเดตแผนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อาคารผู้โดยสารทิศใต้ (South Terminal) และทางวิ่งเส้นที่ 4 เปิดใช้งาน ปี 2583
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวภายหลังลงพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิถึงการแก้ปัญหาความแออัดและอำนวยความสะดวกผู้โดยสารว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งดำเนินการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่ง ทอท. มีแผนดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่เช็กอินสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นหมู่คณะ และผู้โดยสารที่มาถึงสนามบินล่วงหน้า ขนาดพื้นที่ประมาณ 2,250 ตารางเมตร โดยสามารถรองรับที่นั่งผู้โดยสารประมาณ 610 ที่นั่ง พร้อม CUSS Kiosk 18 จุด และเคาน์เตอร์เช็กอิน 8 จุด รวมทั้งพื้นที่สำหรับ Repack กระเป๋า จุดประชาสัมพันธ์ จุดรักษาความปลอดภัย ร้านค้า จุดคืนภาษี จุดเติมน้ำดื่ม จุดชาร์จ และห้องสูบบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งเป็นการยกระดับการให้บริการและเพิ่มความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยว จะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ ทสภ. เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ที่เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านคนต่อปี มีระยะเวลาก่อสร้าง ปี 2570 – 2574 ในส่วนของการขยายศักยภาพด้านทิศใต้ของท่าอากาศยาน จะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารทิศใต้ (South Terminal) ที่จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างระหว่างปี 2572 – 2578 ด้านการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 (4th Runway) ตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานในระยะที่ 2 จะเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินเป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ซึ่งคาดว่าเปิดใช้งานปี 2583
นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคม โดย ทอท. มีแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยานของ ทอท. ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนมาร่วมลงทุนเพื่อต่อยอดรายได้ระยะยาว ซึ่งจากการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาการพัฒนา ทสภ. สู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) โดยผลการศึกษาภาคเอกชนให้ความสนใจในการเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่รอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบนพื้นที่แปลงที่ดิน Airport Business (A37) ที่มีเนื้อที่ประมาณ 548 ไร่ หรือ 876,800 ตารรางเมตร ในรูปแบบการเช่า เพื่อสร้างโรงแรมระดับ Upscale และ Midscale เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว สำหรับแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการ ทสภ. นั้น มีเอกชนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ ด้านการขนส่งทางอากาศ ด้านโลจิสติกส์และบริหารจัดการคลังสินค้า แสดงความประสงค์เข้าลงทุนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่
นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทอท. ได้วางผังการประโยชน์พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณรอบท่าอากาศยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว โดยทางทิศใต้จะถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสนับสนุนท่าอากาศยานและการขนส่งทางอากาศ ประกอบด้วย ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ขนาดพื้นที่ 420,800 ตารางเมตร คลังสินค้า (Cargo Terminal) ขนาดพื้นที่ 280,000 ตารางเมตร กิจกรรมสนับสนุน ขนาดพื้นที่ 539,200 ตารางเมตร ซึ่งรวมพื้นที่ครัวการบิน (In-Fight Catering) ขนาดพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร และโรงแรมสนามบิน (Airport Hotel)
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมเดินหน้าเต็มกำลังสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น “ศูนย์กลางการบินในภูมิภาค” (Aviation Hub) ทั้งด้านการขนถ่ายผู้โดยสารและสินค้าทางอากาศ โดยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน รองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ในปี 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีผู้โดยสาร 62.90 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 370,823 เที่ยวบิน และในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 61.85 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 368,959 เที่ยวบิน





