ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียวันนี้ (18 ส.ค.) และยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพแทบไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นขัดแย้งเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ
ณ เวลา 08.06 น. ตามเวลาประเทศไทยเช้านี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] เพิ่มขึ้น 0.3% สู่ระดับ 91.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) [WTI.X] เพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 84.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่ขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ซึ่งลงนามในช่วงกลางเดือนมิ.ย. และสิ้นสุดลงเมื่อวานนี้ (17 ส.ค.)
ทรัมป์ยังยืนยันว่า สหรัฐฯ ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มที่ และการเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม อิหร่านปฏิเสธคำกล่าวอ้างทั้งสองประการ
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ขู่ว่าจะทิ้งระเบิดโจมตีโอมานอย่างหนัก หากโอมานเข้ามาขัดขวาง แม้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเขาหมายถึงการขัดขวางในเรื่องใด โดยคำขู่ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่โอมานกำลังเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้ อิหร่านและโอมานส่งสัญญาณว่ากำลังเจรจาเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยคลายความกังวลบางส่วนเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันที่ตึงตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศยังไม่ได้ประกาศข้อตกลงที่ชัดเจน
ข้อมูลการเดินเรือล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ปริมาณการขนส่งเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่เพียงเศษเสี้ยวของระดับก่อนเกิดสงคราม เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีจากอิหร่านทำให้ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว
ก่อนเกิดความขัดแย้ง ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก ดังนั้น การปิดช่องแคบดังกล่าวจึงส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบลดลงอย่างมาก
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/ปรียพรรณ มีสุข





