
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในวันจันทร์ (17 ส.ค.) ว่า ต่างชาติลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ 9.299 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 9.371 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค.
ข้อมูลของกระทรวงการคลังระบุว่า ญี่ปุ่นลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ลงมากที่สุด โดยยอดการถือครองอยู่ที่ 1.116 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. ลดลง 2.3% จากระดับ 1.143 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดในเดือนมิ.ย. และเคยถือครองพันธบัตรเป็นมูลค่าสูงสุดที่ 1.325 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย. 2564
สกุลเงินเยนของญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งผลักดันให้รัฐบาลญี่ปุ่นดำเนินการแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยน ล่าสุดในช่วงปลายเดือนก.ค. ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ร่วมมือกันแทรกแซงตลาดซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าการที่สหรัฐฯ ให้ความร่วมมือในการแทรกแซงครั้งนี้ เพราะกังวลว่าญี่ปุ่นอาจเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อปกป้องเงินเยน ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น
สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่อันดับสอง มียอดการถือครองอยู่ที่ 9.399 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. ลดลง 1% จากระดับ 9.486 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค.
ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางการรับฝากสินทรัพย์ที่สำคัญสำหรับนักลงทุนทั่วโลก และกระแสเงินทุนของสหราชอาณาจักรมักสะท้อนถึงการปรับพอร์ตของกองทุนเฮดจ์ฟันด์
ด้านจีนถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง 4% สู่ระดับ 6.334 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2551 จากระดับ 6.593 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. โดยจีนเป็นประเทศที่ถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ รายใหญ่อันดับสาม
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





