
รัฐบาลออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ (18 ส.ค.) ว่า จะดำเนินการจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ขนาด 1 พันล้านลิตร ครอบคลุมน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล เพื่อป้องกันผลกระทบจากการขาดแคลนอุปทานในอนาคต
คริส โบเวน รัฐมนตรีกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน พร้อมด้วย แคทเธอรีน คิง รัฐมนตรีกระทรวงการคมนาคมกล่าวในแถลงการณ์ร่วมกับ จูลี คอลลินส์ รัฐมนตรีกระทรวงการเกษตร โดยระบุว่า รัฐบาลจะทุ่มเม็ดเงินลงทุนจำนวนเงิน 3.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองเพื่อความมั่นคงแห่งออสเตรเลีย (Australian Fuel Security Reserve)
รัฐมนตรีทั้งสามระบุว่า คลังน้ำมันสำรองซึ่งเป็นของรัฐบาลแห่งนี้จะประกอบด้วยน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานรวมกัน 1 พันล้านลิตร เพื่อใช้เป็นหลักประกันความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของอุปทานในระดับนานาชาติและความผันผวนของตลาดน้ำมัน
โบเวนกล่าวว่า “ออสเตรเลียไม่สามารถปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในความเสี่ยงจากภาวะอุปทานน้ำมันขาดแคลนในต่างประเทศได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงเข้าลงทุนครั้งประวัติศาสตร์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน”
สำหรับงบประมาณในการจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองดังกล่าวจะมาจากงบประมาณรวม 1.48 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (1.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่ได้รับการจัดสรรไว้สำหรับการเสริมสร้างความมั่นคงและการรองรับวิกฤตด้านพลังงานในงบประมาณประจำปี 2569-2570 ของรัฐบาลกลาง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลียได้ประกาศงบประมาณด้านความมั่นคงและการรองรับวิกฤตดังกล่าวไปเมื่อเดือนพ.ค. ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งดันให้ราคาน้ำมันในออสเตรเลียพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ โบเวน คิง และคอลลินส์ ยังกล่าวในวันนี้อีกว่า รัฐบาลได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงเหลวคาร์บอนต่ำภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง พร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับทางเลือกในการสนับสนุนโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งที่เหลืออยู่ของประเทศให้สามารถดำเนินงานต่อไปได้หลังปี 2573
ด้านคิงระบุเพิ่มเติมว่า การสร้างอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงเหลวคาร์บอนต่ำในประเทศจะช่วยสร้างงาน เสริมสร้างเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ยกระดับความมั่นคงด้านพลังงาน และช่วยรองรับอุตสาหกรรมขนส่งในอนาคต
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช





