
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้ กระทรวงคมนาคม จะเข้ามาหรือกับปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ เกี่ยวกับรายละเอียดโครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาคขนส่งสาธารณะไปสู่การใช้พลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นการใช้เงินกู้ในส่วนที่ 2 ของ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงินรวม 4 แสนล้านบาท
โดยก่อนหน้านี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้หารือเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการแล้ว เกี่ยวกับรายละเอียดโครงการติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อป เพื่อเป็นการลดภาระให้ประชาชน และเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 4/2569
นายเอกนิติ คาดว่า หลังจากนี้หน่วยงานต่าง ๆ จะทยอยนำรายละเอียดของโครงการเข้ามาหารือกับคณะกรรมการกลั่นกรองฯ อย่างต่อเนื่อง โดยกรอบการใช้เงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านนี้ มีระยะเวลาการใช้เงินจนถึง 31 ธ.ค.70
“มีหลายหน่วยงานที่เข้ามาหารืออย่างไม่เป็นทางการก่อน ก็ถือเป็นข้อดี เพราะจะได้ตกผลึกกันก่อน ว่าโครงการไหนเข้าได้ ใช้ได้ หรือใช้เงินจาก พ.ร.ก. เงินกู้ฯ เปลี่ยนผ่านได้หรือไม่ได้ โดยยืนยันว่า พ.ร.ก. ในฝั่งของการเปลี่ยนผ่านเขียนวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจนว่า จะดำเนินการเรื่องเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งมีทั้งเรื่องโซล่าร์รูฟท้อป เปลี่ยนผ่านขนส่ง ที่จะเริ่มดำเนินการในกลุ่มขนส่งสาธารณะก่อน และยังมีเรื่องการพัฒนาคน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ระบุ
พร้อมย้ำว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคยังไม่ยุติ และหากกลับมาสู้รับกันอีกครั้ง จะส่งผลให้ราคาพลังงานปรับขึ้นได้อีก เป็นปัจจัยที่สร้างความกังวล และต้องคอยเยียวยากันอยู่ตลอด เพราะไทยเป็นประเทศที่นำเข้าพลังงานค่อนข้างมากถึง 65% จึงอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันที่ผันผวน เมื่อต้องนำเข้าพลังงานในราคาที่สูง ก็ยิ่งส่งผลให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด สะท้อนจากตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2/2569 ที่กลับมาติดลบ ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าพลังงาน ถือเป็นการขาดดุลครั้งแรกในรอบหลายไตรมาส และรอบหลายปี
“นี่เป็นปัจจัยที่สะท้อนถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจไทย ซึ่งรัฐบาลได้เดินหน้าเร่งการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ผ่าน 3 นโยบายสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การเปลี่ยนผ่านด้านการขนส่ง และการเปลี่ยนผ่านด้านการเพิ่มศักยภาพคน” นายเอกนิติ ระบุ
นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลพยายามเร่งดำเนินการผ่านเม็ดเงิน 2 แสนล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศนั้น เป็นเหมือนการ Jump Start เศรษฐกิจให้เกิดขึ้น สร้างให้หลาย ๆ ส่วนเกิดไปพร้อมกัน ทั้งการเปลี่ยนผ่านพลังงานในฝั่ง Supply ผ่านการสร้างพลังงานสะอาดใหม่ ๆ การอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ และในฝั่ง Demand หรือคนใช้พลังงาน เช่น ภาคคมนาคม ที่ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เช่น การใช้รถ EV การติดโซล่าร์รูฟท็อป เป็นต้น ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังพยายามดำเนินการ
“รัฐบาลมีทั้งแผนระยะสั้น เช่น กระทรวงพลังงาน ที่นำร่องในหลายเรื่อง ทั้งการเปิดเรื่อง Direct PPA ที่ถือเป็นการเปิดเพื่อรองรับให้เกิดการเปลี่ยนผ่านในระยะยาวอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็มีแผนรองรับเรื่องการเปลี่ยนผ่านในระยะยาวด้วย แต่สิ่งที่ต้องทำในขณะนี้ คือ แผนระยะสั้นที่ จะต้องเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการ Jump Start ดังนั้นหากเอาแต่ละส่วนมาต่อกันให้เป็นภาพที่ใหญ่ขึ้น ก็จะเห็นภาพทั้งหมดว่าต้องทำให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เร็ว และเกิดขึ้นจริงอย่างไร” นายสันติธาร ระบุ
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





