มองมุมต่าง: ปลดล็อก หุ้น MMM เมื่อ KGI พ้นผู้ถือหุ้นใหญ่ สัญญาณ Overhang หุ้นไอพีโอคลี่คลาย


ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจภายหลังการประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของ บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด(มหาชน) หรือ MMM อาจไม่ได้อยู่แค่กำไรที่เติบโต 37.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.59% หรือเงินปันผลหุ้นละ 0.06 บาท แต่อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงในรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เมื่อชื่อของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) หรือ KGI ซึ่งเคยถือหุ้น MMM จำนวน 12.96 ล้านหุ้น ไม่ปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกต่อไป

หุ้นจำนวนดังกล่าวไม่ใช่การลงทุนเชิงกลยุทธ์ตามปกติ แต่มีที่มาจากการทำหน้าที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย หรือ Underwriter ในการเสนอขายหุ้น IPO ของ MMM เมื่อปลายปี 2568

MMM เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 64.20 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.50 บาท แต่หุ้นส่วนหนึ่งขายให้แก่นักลงทุนไม่หมด ตามเงื่อนไขของการรับประกันการจำหน่าย KGI จึงต้องรับซื้อหุ้นคงเหลือประมาณ 12.96 ล้านหุ้น มูลค่ารวมราว 71.28 ล้านบาทเข้าพอร์ตของตัวเอง จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของบริษัทโดยไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะเข้ามาเป็นพันธมิตรระยะยาวตั้งแต่ต้น

สถานการณ์นี้สะท้อนความหมายของหน้าที่และความรับผิดชอบ ตามการเป็น ผู้รับประกันการจำหน่าย ได้อย่างชัดเจน เพราะ Underwriter ไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วยเสนอขายหุ้นและรับค่าธรรมเนียม แต่ต้องรับความเสี่ยงหากหุ้นกระจายให้นักลงทุนได้ไม่ครบตามจำนวนที่ตกลงไว้ หุ้นส่วนที่เหลือจึงกลายเป็นสินทรัพย์ในพอร์ตของบริษัทหลักทรัพย์ และต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาหลังเข้าตลาดเช่นเดียวกับนักลงทุนทั่วไป

MMM เข้าซื้อขายในตลาด mai วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ด้วยราคา IPO หุ้นละ 5.50 บาท เปิดซื้อขายที่ 5.50 บาท และขึ้นไปสูงสุดระหว่างวันที่ 5.75 บาท แต่หลังจากนั้นราคากลับเคลื่อนไหวต่ำกว่าราคาจองเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.82 บาท เท่ากับลดลงจากราคา IPO จำนวน -2.68 บาท หรือ 48.73%

การที่ชื่อ KGI หายไปจากรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่จึงอาจมองได้ว่าเป็นการพ้นบ่วงหุ้น คงเหลือจากดีล IPO เสียที หลังต้องถือหุ้นก้อนใหญ่ตั้งแต่วันปิดการเสนอขาย ขณะที่ราคาตลาดต่ำกว่าราคาจองมาอย่างต่อเนื่อง แม้ผลประกอบการของ MMM จะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม

อย่างไรก็ดี การไม่ปรากฏชื่อในรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่า KGI ขายหุ้นออกหมดทุกหุ้น แต่อาจหมายถึงการลดสัดส่วนลงจนต่ำกว่าเกณฑ์ที่ปรากฏในรายชื่อเท่านั้น จุดที่ยืนยันได้คือสถานะของ KGI ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับต้นๆ ได้สิ้นสุดลงแล้ว และแรงกดดันจากหุ้นคงเหลือของ Underwriter ก็น่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อีกด้านหนึ่ง MMM กำลังพยายามเปลี่ยนภาพจากธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไปสู่การเป็น Property Finance หรือผู้ให้บริการสินเชื่อเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร เพื่อสร้างแหล่งรายได้และกำไรใหม่ บริษัทสามารถรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่เติบโต พร้อมประกาศเงินปันผลหุ้นละ 0.06 บาท ซึ่งช่วยเพิ่มสตอรี่เชิงพื้นฐานให้แก่หุ้น

แต่กรณีของ MMM ก็แสดงให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า บริษัทกำไรดี ไม่ได้แปลว่า ราคาหุ้นต้องดีเสมอไป เพราะราคาหุ้นยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ ราคาที่เสนอขายตั้งแต่ต้น ความต้องการซื้อขายในตลาด สภาพคล่อง โครงสร้างผู้ถือหุ้น ความเชื่อมั่นต่อแผนธุรกิจใหม่ และความสามารถในการเปลี่ยน Property Finance ให้กลายเป็นกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่องได้จริง

จากนี้ไป ข่าวการพ้นสถานะของ Underwriter กับ มูลค่าที่เหมาะสมของกิจการ จะช่วยทำให้ราคาหุ้นกลับมากระเตื้องขึ้นหรือไม่ ในยามที่ตลาดหุ้นสดใส คงต้องรอการพิสูจน์อีกต่อไป

โดย ธิติ ภัทรยลรดี