HILITE: บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ จับตา Thailand Focus 2026 หนุนตลาดหุ้นไทย ชู 7 หุ้นเด่น-ปัจจัยพื้นฐานแกร่งโดดเด่น

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) มองว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญอีกครั้งกับงาน Thailand Focus 2026 ซึ่งถือเป็นอีเวนต์ใหญ่ระดับประเทศที่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่างจับตามอง โดยในเชิงกลยุทธ์ งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีนำเสนอข้อมูลบริษัท แต่ยังเป็น “Catalyst” หรือปัจจัยขับเคลื่อนระยะสั้นที่มักจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) ให้ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น จึงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ตามทิศทางของ Fund Flow ในหุ้นกลุ่มเป้าหมายที่มีสถิติรองรับชัดเจน ได้แก่ CRC CPN GPSC KKP PTTGC CENTEL WHA เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนชนะตลาดได้ในช่วงปลายเดือน ส.ค. นี้

โดยงานประชุมนักลงทุนประจำปี Thailand Focus จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค. 69 และมีหัวข้อสัมมนาที่ชูจุดเด่นของประเทศ เช่น การเป็นศูนย์กลาง Data Center และเทคโนโลยีดิจิทัล, การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน, การเชื่อมโยงเงินทุนสู่การเติบโตทั่วภูมิภาคอาเซียน และโอกาสจากภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับภาพลักษณ์ของตลาดทุนไทยในเวทีนานาชาติ และเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ ทั้งนี้ไฮไลต์สำคัญของงานในแต่ละปี คือ การดึงตัวแทนจากบริษัทจดทะเบียนมาร่วมให้ข้อมูล ซึ่งเป็นโอกาสทองที่บริษัทต่างๆ จะได้นำเสนอทิศทางธุรกิจ วิสัยทัศน์ และแผนการเติบโตต่อนักลงทุนสถาบันรายใหญ่โดยตรง

สำหรับสถิติการเข้าร่วมในปีนี้นับว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีบริษัทจดทะเบียนไทยตอบรับเข้าร่วมงานถึง 78 บริษัท คิดเป็นราว 74% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม หรือราว 15 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ มิติใหม่ที่น่าจับตาในปีนี้ คือ นับเป็นครั้งแรกที่มีตลาดหลักทรัพย์จาก 5 ประเทศอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม เข้าร่วมงาน พร้อมบริษัทจดทะเบียนจากภูมิภาคอีก 10 แห่ง เพื่อขยายโอกาสเชื่อมโยงการลงทุนระหว่างตลาดทุนอาเซียน

จากสถิติย้อนหลัง 5 ปี (ปี 64-68) การจัดงาน Thailand Focus มักสร้างบรรยากาศเชิงบวกและเป็น Catalyst สำคัญที่ช่วยกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนต่างชาติให้ไหลกลับเข้าสู่หุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง ทั้งนี้มีข้อสังเกตเชิงลึกที่น่าสนใจ คือ หากย้อนดูสถิติในปีที่ภาพรวมนักลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็น “ผู้ซื้อสุทธิ” ในตลาดหุ้นไทย (เช่น ปี 59 และปี 65) จะพบว่าเม็ดเงินซื้อสุทธิจากต่างชาติที่ไหลเข้ามาในช่วงที่มีการจัดงาน Thailand Focus จะมีปริมาณสูงกว่าปีที่ต่างชาติมีสถานะขายสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า งานสัมมนานี้มีส่วนช่วยเร่งและขยายผลการตัดสินใจลงทุนของต่างชาติให้มีน้ำหนักมากขึ้น

โดยมองเม็ดเงินมีโอกาสหมุนเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ตอบรับกับธีมของงาน เช่น กลุ่มนิคม (รับอานิสงส์กระแสย้ายฐานการผลิตและ FDI), กลุ่มธนาคาร (รับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจมหภาค) และกลุ่มพาณิชย์ (รับการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ) นอกจากนี้บริษัทที่สามารถนำเสนอแผนธุรกิจด้านความยั่งยืน (ESG) และการปรับตัวรับเทรนด์โลก (เช่น AI, ลดคาร์บอน) ได้อย่างชัดเจนต่อหน้านักลงทุนสถาบัน มักจะได้รับการปรับเพิ่มมูลค่าความน่าสนใจในระยะถัดไป

ที่มา : บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

จากข้อมูลเชิงสถิติของการจัดงาน Thailand Focus ย้อนหลัง 5 ปี (ปี 64-68) พบว่า ช่วง 5 วันทำการก่อนงานยาวไปจนถึงวันแรกของการจัดงาน (T-5 ถึง T) เป็นช่วงที่ดัชนี SET มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่น โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 1.9% และมีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวก (Win Rate) ที่แม่นยำถึง 100.0% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากแรงซื้อสะสมดักหน้าของกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติที่มีมูลค่ารวมกันสูงเกือบ 7.5 พันล้านบาท

อย่างไรก็ดี สถิติได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญว่า แม้จะมีการถือครองสถานะต่อไปจนถึงวันสุดท้ายของการจัดงาน (T-5 ถึง T+2) ผลตอบแทนเฉลี่ยของดัชนีจะขยับขึ้นเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อยเป็น 2.1% เท่านั้น (โดย Win Rate ยังคงแข็งแกร่งที่ 100.0%) ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า Upside ของตลาดส่วนใหญ่มักจะกระจุกตัวและตอบรับไปตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มงานไปหมดแล้ว และมักจะมีแรงขายทำกำไร (Sell on Fact) สลับออกมาเพื่อจำกัดการปรับขึ้นของดัชนีในระหว่างช่วงจัดงาน

จากการพิจารณาข้อมูลสถิติของ 57 บริษัทที่เข้าร่วมงาน Thailand Focus สม่ำเสมออย่างน้อย 4 ใน 5 ปีล่าสุด (ปี 2021-2025) ทาง InnovestX ได้คัดกรอง 7 หุ้นเด่นซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง (Rating Outperform by InnovestX) และมีโอกาสปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่ CRC CPN GPSC KKP PTTGC CENTEL WHA

โดยมีคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ลงทุน คือ การ “ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น” จากความหวัง Fund Flow จะไหลเข้าตอบรับงาน Thailand Focus 2026 ซึ่งจุดเข้าซื้อที่ได้เปรียบที่สุด คือ การพิจารณาเข้าซื้อในช่วง 5 วันทำการก่อนเริ่มงาน (วันที่ 19 ส.ค. 69) เพื่อนำไปขายทำกำไรในวันแรกของการจัดงาน (วันที่ 26 ส.ค. 69) โดยคาดให้ผลตอบแทนเฉลี่ยรวมที่ระดับ 3.8% ด้วย Win Rate สูงถึง 86% ขณะที่หากเลือกถือครองต่อไปจนถึงวันสุดท้ายของการจัดงาน แม้ผลตอบแทนเฉลี่ยรวมจะขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.9% แต่ Win Rate จะลดลงเหลือ 80% ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไร (Sell on Fact) ที่อาจเข้ามากดดันราคาหุ้นระหว่างช่วงการจัดงาน ดังข้อมูลสถิติอ้างอิงต่อไปนี้

ที่มา : บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน