ธปท. แจงนำบทเรียน CLICX ยกระดับเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อรัดกุม-จ่อจัดระเบียบ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” แก้วินัยการเงิน

นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กรณีธนาคารคลิกซ์ (CLICX) ที่ปล่อยสินเชื่อและเจอกระแสชวนเบี้ยวหนี้ ว่า ธปท. ได้รับทราบและติดตามปัญหาของธนาคารคลิกซ์ในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งถือเป็นบทเรียนในการปฏิบัติจริงที่ต้องนำมาปรับมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อให้รัดกุมมากขึ้น เพราะถือเป็นสิ่งจำเป็น

ทั้งนี้ ธนาคารคลิกซ์ มีใบอนุญาตปล่อยสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (ดิจิทัล พี-โลน) ซึ่งอาจใช้ข้อมูลทางเลือกมาเสริม เป็นเรื่องปกติของธนาคารที่เพิ่งเริ่มเปิดใหม่ และข้อมูลอาจยังไม่เพียงพอ ซึ่งดิจิทัลพี-โลนเป็นการให้วงเงินไม่สูงรายละ 20,000 บาท โดยผู้กู้ไม่ต้องแสดงหลักฐานรายได้ แต่ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) และไม่ได้บังคับว่าต้องตรวจข้อมูลเครดิต NCB ขึ้นอยู่กับธนาคารพิจารณาความเสี่ยงของข้อมูลการชำระเงิน แพลตฟอร์มต่าง ๆ มีการจ่ายเงินได้มากน้อยแค่ไหน

“ถือเป็นบทเรียน ในการเรียนรู้จริง และนำมาปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น ถ้ามีปัญหาต้องปรับโมเดลให้ดีขึ้น” นายสุโชติ กล่าว

ส่วนความคืบหน้าธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือเวอร์ชวลแบงก์อีก 2 รายที่เหลือ ยังเป็นไปตามแผน โดยธปท.ดูความพร้อมทุกอย่างเมื่อเปิดให้บริการต้องได้มาตรฐาน ขณะที่ตามแผนเดิมมีเวอร์ชวลแบงก์ 1 แห่งเปิดบริการในปีนี้ และอีก 1 แห่งในปีหน้า

*จ่อจัดระเบียบ BNPL แก้วินัยการเงิน

นายสุโชติ ยังกล่าวว่าถึงการกำกับดูแลธุรกิจ Buy Now Pay Later (BNPL) หรือบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังว่า ธปท. จะกำกับดูแลเรื่อง ความจำเป็นและความเป็นธรรม (Market Conduct) รวมถึงการคิดอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม แต่สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือพฤติกรรมการใช้จ่ายของเยาวชน ที่เริ่มมีการใช้บริการผ่อนชำระกับสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดเล็ก ราคาไม่สูง แต่ยังเลือกแบ่งจ่ายผ่านแพลตฟอร์ม แม้ยอดเงินดังกล่าว จะไม่มีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงินในภาพรวม แต่ก็กระทบโดยตรงต่อวินัยการเงินที่เสียไป ดังนั้น ธปท. มองว่า การเข้าไปจัดระเบียบ และควบคุมดูแลให้เหมาะสม จะเป็นแนวทางที่ดีกว่า

“การซื้อต้มเลือดหมู แล้วยังเลือกแบ่งจ่ายผ่านแพลตฟอร์ม แม้ว่ายอดเงินจะไม่มีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงินในภาพรวม แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ วินัยทางการเงินที่เสียไป” นายสุโชติ กล่าว

พร้อมยืนยันว่า ธปท. ยืนยันว่ามีอำนาจในการเข้ามาดูแลการปล่อยสินเชื่อ ในเรื่องการให้ใบอนุญาตใหม่ เพื่อพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขให้มีความรัดกุมมากขึ้น รายละเอียดการกำกับดูแลใหม่ อาจรวมถึงการกำหนดวงเงินขั้นต่ำ หรือการกำหนดเงื่อนไขเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้กู้บางกลุ่ม เช่น กลุ่มเยาวชน เพื่อไม่ให้เกิดการก่อหนี้ที่ไม่เหมาะสม

โดย ธปฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์